หน่อยเท่านั้น แต่ก็หาด้านอื่นมาชดเชยได้” ซือหม่าเลี่ยพูดพลางถอนหายใจ
“ทำไมหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าเลี่ยอย่างสงสัย
“หลังจากที่เจ้าออกไปจากเมืองหลวง ไม่รู้ว่าตระกูลน่าหลานไปเชิญนักหลอมยาจากไหนมาเข้าร่วมกับตระกูลเขาคนหนึ่ง ว่ากันว่าใกล้จะไปถึงระดับนักหลอมยาขั้นสามแล้ว พวกเขาอาศัยสิ่งนี้ดึงดูดปรมาจารย์วิญญาณที่บำเพ็ญตามลำพังมาเข้าร่วมกับตระกูลน่าหลานได้ไม่น้อยเลย นอกจากนี้ในร้านค้า พวกเขายังอาศัยตลาดยาวิเศษเขมือบธุรกิจของพวกเราอย่างต่อเนื่อง ระยะนี้พี่ใหญ่พี่รองของเจ้ากำลังเป็นกังวลเพราะเรื่องนี้อยู่เลยทีเดียว” ซือหม่าเลี่ยพูด “ต้องโทษที่ยามปกติข้าอารมณ์มิสู้ดีนัก มีความสัมพันธ์กับนักหลอมยาไม่ดีสักเท่าไหร่ ดังนั้นระยะนี้จึงไม่มีใครเต็มใจออกมาช่วยพวกเราเลย”
“มิน่าเล่า ถึงแม้ประมุขตระกูลของพวกเขาอยู่ในสภาพนี้ แต่พวกเขาก็ยังกล้ามาโวยวายใส่พวกเราที่นี่ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างเข้าใจ “แต่ท่านปู่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ พวกเขามีแค่นักหลอมยาขั้นสองเพียงคนเดียวเท่านั้นมิใช่หรือ พวกเราก็มีได้เช่นกัน”
เธอเข้าใจแรงดึงดูดที่นักหลอมยาคนหนึ่งมีต่อผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นดี ทั้งยังมีแรงปรารถนาที่ทหารรับจ้างมีต่อยาวิเศษเหล่านั้นอีก ถ้าหากตระกูลน่าหลานมีนักหลอมยาคนหนึ่งเข้าร่วม ก็มีต้นทุนที่จะทำให้พวกเขาหยิ่งผยองต่อไปได้จริงๆ
แต่นั่นเฉพาะในกรณีที่พวกเขาแน่ใจว่าตระกูลซือหม่าหานักหลอมยาไม่ได้จริงๆ เท่า