นั้น พวกเขามั่นใจในตัวเองว่าซือหม่าเลี่ยมีความสัมพันธ์อันย่ำแย่กับบรรดานักหลอมยา ดังนั้นย่อมไม่มีใครเต็มใจเข้าร่วมตระกูลพวกเขาแน่ แต่พวกเขากลับคิดไม่ถึงว่าจะมีนักหลอมยาปรากฏขึ้นมาจากภายในตระกูลซือหม่าเอง
ซือหม่าโยวเย่ว์นึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่ตนเพิ่งมาถึงยังโลกแห่งนี้ ซือหม่าเลี่ยให้เธอกินยาวิเศษ ทั้งสองยังคุยกันอยู่ว่านักหลอมยาเหล่านั้นล้วนหยิ่งยโสเทียมฟ้า ทั้งยังบอกว่าตนจะสำเร็จเป็นนักหลอมยาคนหนึ่งให้จงได้ ตอนนี้เวลาผ่านมาไม่ถึงครึ่งปี เธอก็ทำตามสิ่งที่พูดไว้ในตอนนั้นได้สำเร็จแล้ว
“นักหลอมยาขั้นสองหรือ” เธอพูดพึมพำ “ข้าอยากจะเห็นสักหน่อยว่า นักหลอมยาขั้นสองที่ท่านว่านั้นร้ายกาจสักเพียงใดกัน!”
“เจ้าว่าอะไรนะ” ซือหม่าเลี่ยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์พูดพึมพำอยู่คนเดียวจึงถามขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอก ท่านปู่ หากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนละนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่มีเรื่องได้อย่างไรเล่า!” ซือหม่าเลี่ยนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้พูด จึงถามว่า “สิบกว่าวันนี้เจ้าหายไปไหนมา พี่สามของเจ้าพูดเพียงแค่ว่าเจ้ามีธุระต้องออกไปก่อน แต่ออกไปทำอะไรที่ไหนก็ไม่ได้บอก เจ้าทำให้พวกเรากังวลกันแทบตายเลยทีเดียวนะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์จึงนึกถึงเรื่องสัตว์อสูรวิเศษขึ้นมาได้แล้วเอ่ยว่า “ข้าก็มิได้ไปไหนหรอก แค่ออกไปหาเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้นเอง หลังจากที่ฝึกสัตว์อสูรวิเศษได้นิดหน่อยแล้วจึงกลับมา ท่านมิได