เพื่อเฝ้าดูซือหม่าเลี่ย คืนนั้นซือหม่าโยวเย่ว์จึงฝึกยุทธ์อยู่ภายในห้อง เธอย้ายเก้าอี้ตัวหนึ่งมาไว้ข้างเตียง นั่งขัดสมาธิบนนั้นแล้วเริ่มฝึกฝนเคล็ดหลอมวิญญาณ
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายในห้อง
ซือหม่าเลี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นแสงอาทิตย์สาดส่องบนร่างซือหม่าโยวเย่ว์ก็รู้สึกว่าดูระยิบระยับจับตา
ฝึกยุทธ์มาหนึ่งคืน ความเหน็ดเหนื่อยจากเมื่อคืนถูกขจัดออกไปเป็นปลิดทิ้ง ซือหม่าโยวเย่ว์ขย้อนไอเสียออกมาคำหนึ่งแล้วลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
“ท่านปู่ ท่านฟื้นแล้วหรือ!” เห็นซือหม่าเลี่ยจ้องมองตน โยวเย่ว์ก็ตื่นเต้นยินดีจนแทบจะกระโดดพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้
ซือหม่าเลี่ยพยักหน้าพลางมองเธออย่างเมตตา เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของตนก่อนหน้านี้ จะต้องทำให้เธอตกใจแทบแย่อย่างแน่นอน
“โยวเย่ว์ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”
“ข้าเจอท่านพี่สามท่านพี่สี่ตอนอยู่ในเทือกเขา พวกเขาบอกว่าท่านพักอยู่ที่นี่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ไอ้หยา ท่านฟื้นแล้ว ข้าไปเรียกพวกท่านพี่ก่อนนะ ท่านได้รับบาดเจ็บจนหมดสติไป ทำเอาพวกเขาตกใจแทบตายเลยทีเดียว”
พูดจบแล้วเธอก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็พาตัวซือหม่าโยวหรานและซือหม่าโยวเล่อกลับเข้ามา
“ท่านปู่ ท่านฟื้นแล้ว! รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างหรือไม่”
ซือหม่าเลี่ยส่ายศีรษะเป็นเชิงว่าตนสบายดีทุกอย่าง
“เส่าหลิง ให้โรงเตี๊ยมต้มโจ๊กมาให้เป็นอาหารเช้าที” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดกับเส่าหลิงที