ซือหม่าโยวเย่ว์รับยาวิเศษมาแล้วมองดูยาลูกกลอนสีดำขลับในมือ คิดไม่ถึงว่ายาวิเศษพลังวิญญาณที่หมัวซาหลอมขึ้นมาส่งๆ ล้วนเป็นขั้นสามทั้งสิ้น เช่นนั้นที่แท้แล้วระดับทักษะการหลอมยาของเขาสูงส่งเพียงใดกันแน่
“ในเมื่อท่านเองก็หลอมยาวิเศษได้ เพราะเหตุใดจึงต้องให้ข้าช่วยท่านหลอมยาด้วยเล่า” เมื่อนึกถึงที่เขาบอกว่าต้องการให้เธอช่วยหลอมยาวิเศษ ในใจซือหม่าโยวเย่ว์จึงเกิดความสงสัยไม่น้อย
“ถึงอย่างไรข้าก็เป็นร่างวิญญาณ ยังพอทนรับการหลอมยาวิเศษขั้นต่ำพรรค์นี้ได้ ถ้าหากหลอมยาระดับสูงๆ ข้าย่อมมีไอมารไม่พอสำหรับการผนึกยาหรอก”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” เธอเก็บยาวิเศษลงไปแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเราเริ่มกันเถิด”
หมัวซาไม่รู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์กำลังคิดอะไรอยู่ จึงเดินนำเธอไปยังห้องหลอมยา
เจ้าวิญญาณน้อยรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว รู้ว่าตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังเป็นกังวล มันจึงมองเธอปราดหนึ่งโดยไม่พูดอะไร
“ข้าจะเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ พอข้าบอกให้เริ่ม เจ้าก็เริ่มใส่พลังวิญญาณเข้าไปข้างในเลยนะ หากข้าไม่บอกให้หยุด เจ้าก็ห้ามหยุด มิฉะนั้นคงจบเห่แน่ ตอนที่พลังวิญญาณไม่พอก็ใช้ยาวิเศษช่วย” หมัวซาเอ่ยแนะนำอย่างหาได้ยากยิ่ง
“อืม” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วเบนสายตามายังเตาหลอมยา
คราวนี้ถึงแม้จะบอกว่าหลอมยาวิเศษให้ท่านปู่ แต่ก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้ด้วย ยิ่งดูผู้อื่นหลอมยามาก ก็จะสะท้อนข้อบกพร่องของตัวเอง ช่วยในการพัฒนา