าทั้งสามก็ตกใจเช่นกัน จากนั้นจึงนึกถึงเรื่องฝูงหมาป่าในตอนนั้นขึ้นมา
ขณะนั้นพวกเขายังรู้สึกว่าแปลก แต่ตอนนี้เห็นเช่นนี้แล้ว แสดงว่าตอนนั้นพวกเขาเจตนาล่อฝูงหมาป่าเข้ามา
“พวกเขาคิดจะสังหารพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า!” เว่ยจือฉีกำหมัดแน่น การอบรมสั่งสอนที่ดีทำให้พวกเขามิได้พุ่งตรงเข้าไปสังหารคนเหล่านั้นในทันที
“คนพวกนี้เป็นใครกัน เหตุใดจึงอยากจะสังหารพวกเราเล่า” โอวหยางเฟยไม่เข้าใจ
“ข้าว่าข้ารู้เหตุผลแล้วล่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เจ้ารู้หรือ” เป่ยกงถังมองเจ้าอ้วนชวี เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน
เจ้าอ้วนชวีมายังข้างกายของคนผู้นั้นแล้วเตะเขาครั้งหนึ่งก่อนจะมองหน้าเขาพลางเอ่ยว่า “ข้ารู้จักเจ้านี่ เขาโตกว่าพวกเราหนึ่งชั้นปี ผู้คนเรียกกันว่าเจ้าลิงแห้ง”
“พูดเช่นนี้แสดงว่าคนเหล่านี้เป็นคนของวิทยาลัยน่ะสิ” เว่ยจือฉีถาม
เจ้าอ้วนชวีพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เจ้าลิงแห้งผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของอู่เถียน ส่วนเจ้าอู่เถียนนั่น ได้ยินว่าเขาหลงใหลคลั่งไคล้น่าหลานหลานหัวปักหัวปำเลยทีเดียว”
“ดังนั้นหมายความว่าที่เขาทำร้ายพวกเราก็เพราะคิดจะแก้แค้นแทนน่าหลานหลานที่ข้าทำให้นางถูกขับไล่ออกจากวิทยาลัยอย่างนั้นสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “จะว่าไปแล้วเป็นเพราะข้าเองที่ทำให้พวกเจ้าพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
“โยวเย่ว์ เจ้าอย่าพูดเช่นนี้สิ พวกเราเป็นสหายกลุ่มเดียวกัน จะมีคำว่าพลอยเดือดร้อนไปด้วยได้อย่างไรกัน หากไม่ใช่เพราะเจ้า เกรงว่าต