อนนี้พวกเราคงได้เป็นมื้อเที่ยงแสนอิ่มท้องของงูเหอฮวานไปแล้ว” เว่ยจือฉีพูด
“ใช่แล้ว โยวเย่ว์ เจ้าอย่าคิดมากไปเลย” เจ้าอ้วนชวีพูด “ในเมื่อรู้แล้วว่าพวกเขาเป็นคนของวิทยาลัย เช่นนั้นตอนนี้พวกเราจะทำเช่นไรกันดีเล่า จะจัดการคนเหล่านี้อย่างไรดี”
พูดมาถึงตรงนี้ ทุกคนต่างพากันเงียบลงไป ในความคิดของพวกเขา ย่อมต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน คิดอยากฆ่าพวกเขาให้ตาย พวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไว้ชีวิตเลย
แต่ตอนนี้เมื่อรู้ว่าพวกเขาเป็นคนของวิทยาลัย กฎของวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ทำร้ายนักเรียนด้วยกัน มิฉะนั้นจะถูกขับไล่ออกจากวิทยาลัย เป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ต่อการกระทำของพวกเขา
ทุกคนล้วนเบนสายตามายังร่างของซือหม่าโยวเย่ว์ ในเมื่อมาเพราะเธอ เธอจึงมีสิทธิ์พูดมากที่สุด
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่รู้จักคนเหล่านี้เลยสักคน ในเมื่อพบว่ามีคนจะฆ่าพวกเราที่เทือกเขาผู่สั่ว พวกเราย่อมต้องตอบโต้สิ พวกเราก็ไม่เห็นจะรู้เลยว่าคนเหล่านี้เป็นใคร ใช่หรือไม่เล่า”
เมื่อได้ฟังซือหม่าโยวเย่ว์พูดเช่นนี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไป
“ถูกต้อง พวกเราไม่เห็นจะรู้จักคนเหล่านี้เลย ย่อมไม่รู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเป็นคนจากขุมอำนาจใด ทั้งยังไม่รู้ว่าเหตุใดพวกเขาจึงต้องทำร้ายพวกเราด้วย” เป่ยกงถังตอบสนองกลับมาเป็นคนแรกแล้วเอ่ยตอบสิ่งที่ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เทือกเขาผู่สั่วแห่งนี้มีคนผ่านไปมาตั้งมากมาย เมื่อพบคนที่คิดจะสังหารพวกเขา พวกเขาย่อมต้องตอบ