ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ล่วงรู้ความคิดของพวกเขาที่อยู่ด้านหลังเลย ตอนนี้เธอเองก็มิอาจไปคิดถึงสิ่งอื่นได้เพราะจำเป็นต้องใช้พลังจิตเกินร้อยในการจัดการกับงูเหอฮวานตรงหน้า
ตอนนี้ย่ากวงและพวกเจ้าคำรามน้อยล้วนมิอาจช่วยเหลือเธอได้ เธอได้แต่อาศัยตนเองเท่านั้นในการต่อกรกับงูเหอฮวาน
แต่ก็เหมือนกับที่คนอื่นๆ คิดเอาไว้ โดยทั่วไปแล้วต้องเป็นมหาปรมาจารย์วิญญาณขั้นสูงเท่านั้นจึงจะตอบโต้กับสัตว์อสูรทิพย์ได้ ส่วนเธอนั้นยังห่างชั้นอีกมากนัก หากคิดจะจัดการมันก็จำเป็นต้องหาหนทางอื่น
และสิ่งที่เธอพอจะพึ่งพาได้ในตอนนี้ก็มีเพียงแค่ความเร็วอย่างเดียวเท่านั้น
เธอในชาติก่อนเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคำว่าทุกศิลปะการต่อสู้ในใต้หล้า มิอาจเอาชนะความรวดเร็วได้ ดังนั้นหลังจากที่มายังโลกแห่งนี้แล้ว ตอนออกกำลังกายจึงคิดหาวิธีฟื้นฟูทักษะก่อนหน้านี้ของตนเองขึ้นมา
งูเหอฮวานเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ว่องไวกว่าหางของตนเสียอีก ในใจจึงยิ่งทวีความเดือดดาล และยิ่งตวัดหางอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กดดันให้ซือหม่าโยวเย่ว์จำเป็นต้องเร่งความเร็วของตนเอง มีหลายครั้งที่เธอถูกหางงูเหอฮวานฟาดใส่จนลอยกระแทกพื้นอย่างแรง
เธอเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบบนแผ่นหลัง เมื่อขยับมือซ้ายก็เกิดความรู้สึกเจ็บปวดบาดหัวใจ อาศัยประสบการณ์จากชาติก่อนเธอจึงรู้ว่าอย่างน้อยกระดูกซี่โครงต้องหักไปสองซี่แล้ว
“จะดันทุรังแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องรีบสู้รีบจัดการซะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกไ