“เป่ยกง หนีเร็วเข้าสิ!”
เมื่อพวกเว่ยจือฉีทั้งสามคนเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พากันตะโกนอย่างร้อนรนด้วยสายตาแดงก่ำ
เป่ยกงถังมองหางขนาดยักษ์ที่ฟาดลงมาใส่ตนเองอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง เมื่อครู่นางได้เรียนรู้ความร้ายกาจของมันแล้ว ถ้าหากถูกมันฟาดใส่เต็มๆ ตนจะต้องได้ไปพบท่านพญายมจริงๆ แน่นอน
ทว่านางขยับตัวไม่ไหว ขาของนางเพิ่งหักไป ตอนนี้จะขยับสักทีก็ยากลำบากยิ่งนัก นางจึงได้แต่หลับตาลงอย่างจนใจ รอคอยวาระสุดท้ายของชีวิต
“เมิ่งจี ขอโทษด้วย ข้ามิอาจอยู่รอเจ้าตื่นขึ้นมาได้แล้ว ท่านแม่ น้องชาย ขอโทษนะ ข้ามิอาจรักษาสัญญา ที่ว่าจะกลับไปพบทุกคนได้แล้ว…”
ทว่าความเจ็บปวดที่คาดคิดเอาไว้กลับมิได้มาถึง แต่กลับได้ยินเสียงโครมครามเสียงหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงหางงูฟาดใส่พื้นดินข้างกาย
“โยวเย่ว์!”
น้ำเสียงยินดีลอยมาเข้าหูเป่ยกงถัง เธอลืมตาขึ้นมองก็เห็นแผ่นหลังอันแน่วแน่ของซือหม่าโยวเย่ว์ ส่วนอาวุธที่เธอถือเอาไว้นั้นก็คือกระทะก้นแบนใบหนึ่ง!
ซือหม่าโยวเย่ว์หันหน้ามามองนางแล้วพูดว่า “เป่ยกง ข้ามาแล้ว”
ถ้าหากมิใช่เพราะอาวุธในมือน่าขำเกินไป เป่ยกงถังจะต้องรู้สึกว่าซือหม่าโยวเย่ว์ในขณะนี้สง่างามมากอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เจ้าอาวุธอันน่าขันนั้นทำลายภาพลักษณ์ของเธอไปจนหมดสิ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นสายตาของเป่ยกงถังจับจ้องอยู่ที่กระทะก้นแบนในมือจึงหัวเราะเยาะเสียงหนึ่งแล้วพูดว่า “สถานการณ์คับขัน จึงได้แต่ด้นสดน่ะสิ”
เธอเองก