ชีวิตอยู่น่ะสิ” ในยามคับขันก็ยังเป็นโอวหยางเฟยที่ยังครองสติเอาไว้ได้ เมื่อเห็นย่ากวงที่อยู่ใต้ร่างเจ้าอ้วนชวีจึงเอ่ยเตือนสติขึ้นมา
“ไม่… ไม่เป็นไรหรือ” เจ้าอ้วนชวีมองโอวหยางเฟยอย่างตกใจ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกภายใต้ร่าง หัวใจของเขาจึงร่วงหล่นลงมาอย่างแรง
ต่อสู้กับงูเหอฮวานที่เป็นระดับสัตว์อสูรทิพย์ พอเห็นเธอนอนนิ่งอยู่บนพื้น ก็ยากจะตำหนิที่ทุกคนคิดว่าเธอตายไปแล้ว
“แค่กๆ”
ผ่านไปครู่ใหญ่จึงมีเสียงไอเบาๆ ดังขึ้น เมื่อลอยเข้าหูคนทั้งสี่นั้นก็ราวกับเสียงสวรรค์เลยทีเดียว
“โยวเย่ว์!”
“โยวเย่ว์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
ซือหม่าโยวเย่ว์ขยับตัวพลันความเจ็บปวดแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์กาย เธอความคิดวูบไหวคราหนึ่ง ยาวิเศษเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ เธอกินยาวิเศษลงไปอย่างยากลำบาก หลังจากนั้นจึงหันหน้ามามองพวกเว่ยจือฉี
“ข้าไม่เป็นไรหรอก”
เมื่อเห็นดวงตาอันอ่อนล้าทว่าเปล่งประกายของซือหม่าโยวเย่ว์ ทั้งสี่คนจึงค่อยวางใจลงได้จริงๆ
ขอเพียงแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่เป็นไรแล้ว
พักผ่อนกันอยู่ราวๆ ชั่วโมงกว่า พวกเว่ยจือฉีจึงรู้สึกว่าร่างกายฟื้นฟูพละกำลังแล้ว โอวหยางเฟยฟื้นคืนสติขึ้นมาเป็นคนแรกแล้วค่อยๆ ตะเกียกตะกายขึ้นมา ขยับไปข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์อย่างโงนเงน ก่อนจะยื่นมือออกมาหมายจะโอบซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้
“โอ๊ย…”
พอซือหม่าโยวเย่ว์ขยับร่างกายก็เจ็บปวดจนต้องพ่นลมหายใจเย็นเฉียบออกมา
“เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือ” โอวหยาง