ูเขา แล้วกระโจนเข้าไปท่ามกลางฝูงสัตว์อสูรวิเศษอย่างไม่เห็นเงา จึงอดเป็นกังวลขึ้นมาในใจมิได้
ความรู้สึกเป็นห่วงผู้อื่นนี้มิได้ปรากฏขึ้นมาเนิ่นนานเท่าใดแล้ว
นางกำขวดหยกในมือแน่น เก็บความกังวลในใจตัวเองเอาไว้แล้วพูดว่า “พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปโปรยสิ่งนี้บนร่างคนตระกูลน่าหลานเอง”
พูดจบแล้วนางก็เตรียมจะจากไป แต่ถูกโอวหยางเฟยขัดขวางเอาไว้
“พวกเราไปด้วยกันเถิด”
เป่ยกงถังมองสายตาแน่วแน่ของโอวหยางเฟยแล้วจึงพยักหน้า
“พวกเราไม่ต้องโปรยสิ่งนี้บนร่างของน่าหลานเหอ บริเวณค่ายพักแรมของตระกูลน่าหลานจะต้องมีคนอยู่เป็นแน่ พวกเราไปโปรยใส่ในกระโจมของพวกเขาแล้วจากไปกันเถิด” เว่ยจือฉีพูด “ตอนนี้ที่นี่อลหม่านวุ่นวายเหลือเกิน รีบจากไปโดยเร็วจะดีกว่า”
“อืม ไปกัน!”
“ช้าก่อน” เจ้าอ้วนชวีหยุดทุกคนเอาไว้ ก่อนจะหยิบหน้ากากสี่อันออกมาจากภายในแหวนเก็บวัตถุยื่นส่งให้กับทุกคนแล้วเอ่ยว่า “เพื่อปกปิดตัวตน พวกเราสวมหน้ากากเอาไว้ดีกว่านะ”
“เจ้าอ้วน เจ้ามีหน้ากากได้อย่างไรกัน” เว่ยจือฉีถาม
“โยวเย่ว์ให้ข้าไว้น่ะสิ” เจ้าอ้วนชวีสวมหน้ากากแล้วออกเดินนำไป
พวกโอวหยางเฟยทั้งสามคนมองหน้ากากในมือโดยไม่เอ่ยวาจา ซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้เตรียมหน้ากากเอาไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมทำเรื่องชั่วหรือไร
“พวกเราก็ไปกันเถิด”
ทั้งสามคนสวมหน้ากากแล้วเดินตามเจ้าอ้วนชวีมุ่งหน้าไปยังกระโจมตระกูลน่าหลาน
เพราะไม่รู้ว่าภายในค่ายพักแรมยังมีคนอยู่ม