ากน้อยเพียงใด พอพวกเป่ยกงถังโปรยผงยาทั่วกระโจมเสร็จจึงรีบออกมาโดยมิได้เห็นว่าที่แท้แล้วภายในกระโจมมีใครอยู่กันแน่
น่าหลานหลานที่อยู่นอกกระโจมมองดูเหตุการณ์เบื้องล่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตกใจจนหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ วิ่งโซซัดโซเซกลับมายังกระโจม นางที่มีความหวาดกลัวเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจมิได้สังเกตว่าภายในกระโจมมีกลิ่นหอมจางๆ สายหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
พอพวกเว่ยจือฉีลงมือเรียบร้อยแล้วก็เริ่มวิ่งมุ่งหน้าไปยังอีกฟากหนึ่งของภูเขา วิ่งมาได้ไม่ไกลสักเท่าใดก็เห็นย่ากวงกำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า
“เจ้านายบอกให้ข้ามาพาพวกท่านกลับไป” ย่ากวงปรากฏกายขึ้นแล้วพูดกับพวกเว่ยจือฉี
ตอนนี้บริเวณรอบนอกก็มีความวุ่นวายอยู่เช่นกัน ถ้าหากเผชิญกับสัตว์อสูรวิเศษที่คลุ้มคลั่ง ย่ากวงที่มีพลังระดับสัตว์อสูรทิพย์ก็ยังแข็งแกร่งกว่าอยู่เล็กน้อย
พวกเว่ยจือฉีก็ปีนขึ้นหลังของย่ากวงโดยไม่อิดออด ให้มันแบกพวกเขาวิ่งมุ่งหน้าออกไปยังพื้นที่รอบนอก
เป่ยกงถังนั่งอยู่คนท้ายสุด นางหันหน้ากลับไปมองหุบเขาที่เอิบอาบไปด้วยประกายการต่อสู้จนสว่างวาบแล้วหรี่ตาลง
ขณะที่ซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาจากก้อนหินใหญ่ก็หยิบเอาหน้ากากอันหนึ่งขึ้นมาสวม หลังจากนั้นก็วิ่งมุ่งหน้าลงเขาไป
ในขณะที่เธอเข้าไปท่ามกลางฝูงสัตว์อสูร กลิ่นอายบนร่างเธอก็แปรเปลี่ยนไปในทันใด กลิ่นอายตลอดร่างคล้ายกับหายวับไปเฉยๆ ถึงแม้ว่าจะเดินเฉียดผ่านข้างกายคนและสัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นก็มิได้ดึ