“โยวเย่ว์ เจ้ามีหญ้าม่วงขมอยู่ได้อย่างไรกัน” เว่ยจือฉีพูดอย่างตกใจ
“ก่อนหน้านี้ตอนเบื่อๆ เคยเก็บเอาไว้เล่นๆ น่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์อธิบาย “ตอนนี้มีหญ้าม่วงขมแล้ว พวกเราควรทำเช่นไรต่อหรือ”
“พวกเราทำการเผาหญ้าม่วงขมเสีย ไอของมันก็จะแผ่กำจายออกไปได้ พอถึงตอนนั้นก็จะขจัดยาล่อหลอกไปได้แล้วล่ะ” เว่ยจือฉีพูด
“ทำเช่นนี้จะมีประโยชน์หรือ” เจ้าอ้วนชวีถาม
“มีประโยชน์หรือไม่ แค่ลองดูก็รู้แล้วมิใช่หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็จุดไฟเผาหญ้าม่วงขมในมือ
ถึงแม้ว่าชื่อของหญ้าม่วงขมจะมีคำว่าขมอยู่ แต่กลิ่นรสที่แผ่ออกมานั้นกลับมีกลิ่นหอมอ่อนจาง กลิ่นหอมแผ่กำจายออกมาจากในกำมือของเธอแล้วลอยไปทางที่ตั้งของค่ายพักแรมอย่างไร้สุ้มเสียง
“แค่กๆ…”
คล้ายกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอม เพราะสัตว์อสูรวิเศษที่เพิ่งถูกจับตัวมาเมื่อครู่เพิ่งจะถูกวางยาล่อหลอกไปเป็นเวลาไม่นาน ดังนั้นฤทธิ์ยาจึงยังไม่ลึกนัก หลังจากได้สูดกลิ่นหอมของหญ้าม่วงขมแล้วจึงเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
“เจ้านี่เป็นอะไรไปน่ะ” เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสัตว์อสูรทิพย์ ห่าวโหย่วไฉจึงพูดขึ้น “ปรมาจารย์มู่ ยาที่ท่านให้นี่คงมิได้มีปัญหาอันใดกระมัง”
“ไม่มีทางหรอก” ปรมาจารย์มู่พูดอย่างมั่นใจ “ก่อนหน้านี้สัตว์อสูรวิเศษเหล่านั้นก็มิได้มีปัญหามิใช่หรือ”
เพิ่งเอ่ยวาจาออกไป บุรุษทั้งสองก็วิ่งออกมาจากภายในกระโจมใหญ่หลังหนึ่งอย่างรีบร้อน ก่อนจะเอ่ยอย่างกระวนกระวายว่า “หัวหน้า ด