ูเหมือนว่าสัตว์อสูรวิเศษภายในนั้นจะมีบางอย่างผิดปกติ คล้ายว่ายาล่อหลอกเริ่มจะสิ้นฤทธิ์เสียแล้วขอรับ”
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! ยาล่อหลอกนี่ของข้า หากไม่ถึงหนึ่งเดือนก็ไม่มีทางหมดฤทธิ์แน่นอน” ปรมาจารย์มู่พูดอย่างมั่นใจ
“ฮ่าๆ จะต้องเป็นเพราะพวกเจ้าทำเรื่องชั่วช้ามากเกินไปอย่างแน่นอน ยาล่อหลอกจึงไร้ประโยชน์เสียแล้ว!” ชิงอู๋หยาหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วพูดขึ้น
“พูดจาสามหาวนัก!” ห่าวโหย่วไฉตบหน้าชิงอู๋หยาฉาดหนึ่ง ฟาดจนเขาลอยกระเด็นกระแทกพื้น
“เจ้านี่มันรู้เรื่องพวกเราแล้ว ปล่อยเอาไว้บนโลกก็รังแต่จะเป็นปัญหาเปล่าๆ” ปรมาจารย์มู่มองชิงอู๋หยาอย่างเย็นชา
“ปรมาจารย์มู่พูดได้ถูกต้อง มาสิ พวกเรามาร่วมส่งท่านหัวหน้าน้อยกันดีกว่า” ห่าวโหย่วไฉพูด
“ขอรับ หัวหน้า!” สองคนนั้นรับคำเสียงหนึ่งแล้วหยิบกระบี่ออกมาฟันลงไปทางชิงอู๋หยา
“หยุดนะ!”
เสียงที่แหวกอากาศมาทำให้ชายสองคนนั้นหยุดการเคลื่อนไหว จากนั้นก็รู้สึกว่าเบื้องหน้ามีเงาร่างมนุษย์วาบผ่าน ก่อนที่ตนจะถูกเตะลอยกระเด็น
เดิมทีชิงอู๋หยาหลับตารอความตายแล้ว กำลังนึกเสียใจว่าตนไม่ควรออกมาคนเดียวเลย แต่ความเจ็บปวดที่คาดเอาไว้กลับมิได้เกิดขึ้น จากนั้นก็ได้ยินเสียงตกกระแทกพื้นสองเสียง เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นเงาร่างอันเยียบเย็นยืนอยู่ตรงหน้าตน
“น้องหญิงเป่ยกงหรือ” ชิงอู๋หยาตะโกนออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พี่ใหญ่ชิง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์และโอวหยางเฟยป