รากฏตัวออกมาจากที่ซ่อนแล้วมองชิงอู๋หยาพลางถามขึ้น
ชิงอู๋หยาส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไรหรือ”
“ผ่านทางมาแล้วเห็นพวกเขาจะสังหารท่านเข้าพอดีน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เดิมทีเห็นลูกน้องของตนถูกเตะลอยกระเด็น ก็ยังคิดว่าเป็นคนตระกูลใหญ่ที่ไหนโผล่มา คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเพียงแค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสามคนเท่านั้น
“เจ้าพวกเด็กน้อยทั้งสาม ถึงกับเรียนรู้ที่จะสอดเรื่องชาวบ้าน อยากเอาชีวิตมาทิ้งเช่นนี้ก็โทษผู้อื่นมิได้หรอกนะ” ห่าวโหย่วไฉส่งเสียงเฮอะเยียบเย็น
เรื่องของพวกเขาถูกพวกซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งสามคนทำลาย แล้วเขายังรู้จักกับชิงอู๋หยาด้วย วันนี้จึงมิอาจปล่อยให้พวกเขาจากไปได้อย่างแน่นอน
“มีคนรนหาที่ตายอีกสามคนแล้วสินะ!” ปรมาจารย์มู่ขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “ธุระของพวกเรามิอาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ ในเมื่อพวกเขามาด้วยกัน เช่นนั้นก็ส่งพวกเขาไปสู่ความตายพร้อมกันเลยดีกว่า”
น้ำเสียงไร้ซึ่งความปรานี ชีวิตหลายชีวิตในสายตาของเขานั้นไม่ต่างอะไรจากมดปลวกเลย
“คิดจะสังหารพวกเรานั้นก็ต้องดูว่าพวกเจ้ามีความสามารถพอหรือไม่ด้วยสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ
“ฮ่าๆ แค่จัดการพวกเจ้าสามคน จะต้องใช้ความสามารถอันใดด้วยหรือ” ห่าวโหย่วไฉหัวเราะเสียงดังลั่นแล้วพูดขึ้น “พวกเราที่นี่สองคนจะใคร ก็จัดการพวกเจ้าได้ทั้งนั้น! อาโม่ อาไฉ พวกเจ้าลุยเลย”
“ขอรับ หัวหน้า” บุรุษร่างใหญ่สองคนเ