ดินออกมาจากกลุ่มคนแล้วบุกเข้าใส่พวกซือหม่าโยวเย่ว์พร้อมรอยยิ้มเย็น “เจ้าเด็กน้อย อยากจะโทษก็โทษความแส่หาเรื่องของพวกเจ้าเองนั่นแหละ ล่วงรู้แผนการของพวกเราเข้าแล้ว วันนี้ก็มีแต่ปากคนตายนั่นแหละจึงจะปิดได้สนิทที่สุด”
“อาโม่ จะมัวเปลืองน้ำลายกับพวกเขาอยู่ทำไมกัน ยังไม่รีบจัดการอีก!” ห่าวโหย่วไฉเอ่ยเร่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์และโอวหยางเฟยประสานสายตากันแวบหนึ่งก่อนจะมองอาโม่และอาไฉที่เดินเข้ามาใกล้ ทั้งสองคนขยับร่างกายพร้อมกันแล้ววิ่งตรงไปหาพวกเขาก่อนจะอาศัยจังหวะที่ไม่ระวังตัวเตะพวกเขาจนลอยกระเด็นไป
โอวหยางเฟยเก็บขาของตัวเองกลับมา ไม่สนใจคนที่ถูกตนเตะกระเด็น หากแต่เหลือบมองซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่ง
เขาฝึกฝนร่างกายตนเองอยู่ตลอด ดังนั้นร่างกายของเขาจึงเทียบเคียงได้กับปรมาจารย์กระบี่ การเตะปรมาจารย์วิญญาณคนหนึ่งลอยกระเด็นนั้นจึงมิใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใดเลย แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือซือหม่าโยวเย่ว์ก็มีพละกำลังมากมายถึงเพียงนี้ด้วยเช่นกัน ถึงกับเตะชายฉกรรจ์คนหนึ่งลอยกระเด็นได้เลยทีเดียว!
ที่แท้แล้วเขามิได้มีเพียงร่างกายที่คล่องแคล่วเท่านั้น แต่ยังมีพลังอันชวนให้คนตกใจอีกด้วย
“ไปหามารดาเจ้าเถอะ!”
อาโม่อาไฉรู้สึกว่าตนถูกเจ้าเด็กน้อยสองคนเตะกระเด็นต่อหน้าพรรคพวกของตนนั้นช่างน่าขายหน้าเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อปรมาจารย์มู่คอยดูอยู่ที่นี่ด้วย
แต่พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าเป็นเพราะเมื่อครู่ประมาทจนเกินไ