ปทำให้เจ้าเด็กสองคนนั้นอาศัยทีเผลอได้ ดังนั้นทั้งสองคนจึงตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งเข้าไปหาพวกซือหม่าโยวเย่ว์อีกครั้ง
“วิ่ง!” ซือหม่าโยวเย่ว์ตะโกนดังลั่นเสียงหนึ่งแล้วเริ่มต้นวิ่งในค่ายพักแรม
เพิ่งเอ่ยวาจาออกไป เธอจึงค่อยค้นพบว่าโอวหยางเฟยออกวิ่งนำเธอไปก้าวหนึ่งแล้ว
“เฮ้!”
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่พวกเขาหารือกันเรียบร้อยแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าการเคลื่อนไหวของโอวหยางเฟยจะรวดเร็วถึงเพียงนี้
คนทั้งสองได้สำรวจพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเขามิได้วิ่งไปไกลนัก หากแต่วิ่งวนไปรอบๆ ค่ายพักแรมเท่านั้น อาโม่และอาไฉวิ่งไล่ตามจนหอบเหนื่อยก็ยังวิ่งตามไม่ทัน
“ไปตามจับมาเร็ว อย่าให้พวกเขาสองคนหนีไปได้ล่ะ!” ปรมาจารย์มู่ตะโกนเสียงดัง
“ไป… ไปตามจับมาเร็ว! ถ้าหากปล่อยพวกเขาหนีไปได้ข้าจะเด็ดหัวพวกเจ้าเสีย!” ห่าวโหย่วไฉเอ่ยข่มขู่
หลังจากนั้นก็มีอีกหลายคนเข้ามาร่วมวิ่งไล่ตาม
ชิงอู๋หยาเห็นว่าความสนใจของคนอื่นๆ ถูกพวกซือหม่าโยวเย่ว์ดึงดูดไปจนหมดแล้ว แต่การคิดจะหลบหนีนั้นย่อมต้องถูกค้นพบอย่างแน่นอน
เขามายังข้างกายเป่ยกงถังแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “น้องหญิงเป่ยกง อีกประเดี๋ยวข้าจะเบนความสนใจของพวกเขา เจ้าอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีไปเลยนะ”
“ภารกิจของข้าคือการปกป้องท่าน มิใช่การหลบหนีเสียหน่อย” เป่ยกงถังพูดอย่างเรียบเรื่อย “รออีกครู่เดียวก็ใช้ได้แล้วล่ะ”
ชิงอู๋หยามองดูสีหน้าอันไร้ซึ่งความกังวลใจของเป่ยกง