พวกเขาบังอาจทำเช่นนี้กับสัตว์อสูรวิเศษได้!” เว่ยจือฉีได้ยินคำพูดของชิงอู๋หยาแล้วก็โมโหจนแทบจะพุ่งตัวเข้าไปในทันที แต่ถูกซือหม่าโยวเย่ว์ดึงตัวเอาไว้ก่อน
“ตอนนี้พวกเขาอยู่กันเยอะแยะ ทั้งยังมิอาจเรียกตัวสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของพวกเราออกมาได้ในตอนนี้ด้วย ก็ได้แต่อาศัยพวกเรากันเองนี่แหละ จะสู้กับพวกเขาอย่างไรดี นอกจากนี้พลังยุทธ์ของพวกเขาก็ยังแข็งแกร่งกว่าพวกเราอยู่มากอีกด้วย!”
“แต่ว่า…”
“จือฉี เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปเลยนะ โยวเย่ว์พูดเช่นนี้ จะต้องคิดวิธีแก้ไขได้แน่ เจ้าคำรามน้อยยังอยู่ในเงื้อมมือพวกเขาอยู่นะ” เจ้าอ้วนชวีพูดปลอบประโลม
“จือฉี เหตุใดเจ้าจึงเดือดดาลเช่นนี้เล่า” โอวหยางเฟยมองเว่ยจือฉี ในใจเกิดความสงสัยอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้เห็นเจ้านี่สุภาพอ่อนโยน แต่ตอนนี้กลับเดือดดาลถึงเพียงนี้เสียอย่างนั้น
“ใช่แล้ว จือฉี เหตุใดเจ้าจึงเดือดดาลเช่นนี้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
“ข้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูร สัตว์อสูรวิเศษทุกตัวล้วนเป็นสหายของข้าทั้งสิ้น ใช้ยาล่อหลอกมาล่อลวงดักจับสัตว์อสูรวิเศษ คนเช่นนี้คือศัตรูของทั้งโลกนักฝึกสัตว์อสูร!” เว่ยจือฉีพูด
เขาถูกคนในครอบครัวปลูกฝังความคิดมาตั้งแต่เล็กว่าสัตว์อสูรวิเศษคือเพื่อน มีเพียงคนที่เลี้ยงดูสัตว์อสูรวิเศษเท่านั้นจึงจะสามารถฝึกสัตว์อสูรวิเศษระดับสูงให้เชื่องได้
นอกจากนี้เว่ยจือฉียังสื่อสารกับสัตว์อสูรวิเศษมาตั้งแต่เด็ก จึงเคยชินก