นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเห็นเป่ยกงถังยิ้ม ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเย็นชามาโดยตลอด รอยยิ้มนี้ชวนให้คนหลงใหลงงงวยอยู่บ้าง
“แค่กๆ” เว่ยจือฉีได้สติกลับคืนมาแล้วแกล้งกระแอมสองครั้งก่อนจะเอ่ยว่า “เจ้าผลอสรพิษทองคำนี่อยู่ที่ใดกันหรือ อีกนานเท่าใดจึงจะสุกงอม มีมนุษย์และสัตว์อสูรวิเศษให้ความสนใจกับมันมากมายเช่นนี้ พวกเราต้องคิดทางหนีทีไล่อะไรกันไว้หรือไม่”
เมื่อเว่ยจือฉีพูดเช่นนี้ ทุกคนก็ขมวดคิ้วมุ่น ลำพังแค่คิดถึงสัตว์อสูรเทพตนนั้นก็มากพอจะทำให้พวกเขาปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว ยังบวกกับสัตว์อสูรวิเศษทั่วทั้งเทือกเขาที่ถูกดึงดูดเข้ามาอีก รวมทั้งมนุษย์ที่คอยจ้องตาเป็นมันราวกับเสือจ้องเหยื่อ หากไม่วางแผน เกรงว่าคงยากที่จะสำเร็จได้
“ผลอสรพิษทองคำนี้อีกเจ็ดวันจึงจะสุกงอม ตอนนี้พวกเราไปหาที่ตั้งของมันกันก่อน หลังจากนั้นก็ไปดูลาดเลาที่นั่น แล้วค่อยมาคิดหาวิธีกันก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่ว่าเจ้าผลอสรพิษทองคำนั่นอยู่ที่ไหนกัน พวกเราจะเดินทางไปยังทิศทางใดเล่า” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ข้าพอจะรู้ที่ตั้งคร่าวๆ อยู่ เข้าไปยังพื้นที่ชั้นในก่อนก็จะหาพบได้อย่างง่ายดายแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ไปดูลาดเลากันก่อนเถิด” โอวหยางเฟยพูด
“ช้าก่อน” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่งเสียงเรียกหยุดพวกเขาเอาไว้ เมื่อเห็นพวกเขาหันมามองตนจึงเอ่ยว่า “ซากหมาป่าเปลวอัคคีเมื่อคราวก่อนอยู่กับข้ามาโดยตลอด ตอนนี้ข้าจะแบ่งมันใ