ห้กับพวกเจ้า ถ้าถึงตอนนั้นพวกเราถูกจับแยกกัน พวกเจ้าก็ยังนำกลับไปส่งมอบภารกิจได้”
พูดแล้วเธอก็นำซากหมาป่าเปลวอัคคีภายในแหวนเก็บวัตถุออกมาจนหมดก่อนจะแบ่งให้คนละหลายตัวให้แต่ละคนเก็บเข้าไปไว้ภายในแหวนเก็บวัตถุของตนเอง หลังจากนั้นจึงเริ่มออกเดินทาง
อันที่จริงซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่รู้เส้นทางเช่นกัน แต่มีหมัวซาคอยชี้ทางให้กับพวกเขาอยู่แล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องเดินตามทางเท่านั้นเอง
สามวันให้หลัง พวกเธอมาถึงพื้นที่ชั้นในของเทือกเขาอันเป็นที่อยู่ของผลอสรพิษทองคำแล้วตามรอยเท้าที่คนเหล่านั้นทิ้งเอาไว้มาถึงบนภูเขาแห่งหนึ่ง
ผลอสรพิษทองคำนั้นตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผาแห่งหนึ่ง บนเนินเขาในรัศมีห่างไปร้อยกว่าเมตรล้วนมีผู้คนยืนอยู่เต็มไปหมด ภายในหุบเขาถูกสัตว์อสูรวิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนครอบครองเอาไว้
ซือหม่าโยวเย่ว์และคนอื่นๆ มาถึงยังพื้นที่ว่างแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นสถานการณ์โดยรอบแล้วต่างพากันสะดุ้งตัวลอย
“ผู้คนและสัตว์อสูรวิเศษมากมายเหลือเกิน!” เว่ยจือฉีอุทาน
“คิดจะช่วงชิงผลอสรพิษทองคำมาจากกำมือของผู้คนและสัตว์อสูรวิเศษมากมายถึงเพียงนี้…” โอวหยางเฟยมิได้เอ่ยคำพูดที่เหลือ แต่ทุกคนเข้าใจความหมายของเขา นั่นย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่” เป่ยกงถังพูดพลางกำหมัดแน่น
“นั่นก็คือผลอสรพิษทองคำใช่หรือไม่” เจ้าอ้วนชวีชี้ต้นผลอสรพิษทองคำที่อยู่ตรงกลางหน้าผาพลางเอ่ยถามขึ้น
“พื้นท