ี่สูงเช่นนี้ ต่อให้ไม่มีผู้อื่น คิดจะเด็ดผลอสรพิษทองคำลงมาก็มิใช่เรื่องง่ายเลยนะ!” เว่ยจือฉีพูด
“ถึงแม้ว่าหน้าผานั้นจะสูง แต่กลับมิได้ชันมากนัก เบื้องล่างยังมีทางลาดอยู่อีกด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์สังเกตอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“แต่คนธรรมดาทั่วไปก็ปีนขึ้นไปไม่ได้กระมัง อย่างน้อยพวกเราปีนไม่ได้แน่” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ตอนนี้คงได้แต่รอดูแล้วว่าจะอาศัยจังหวะที่ผลอสรพิษทองคำสุกงอมแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายลงมือได้หรือไม่” โอวหยางเฟยพูด “เป่ยกง ถ้าหากไม่ไหวจริงๆ เจ้า…”
“ข้าเข้าใจ” เป่ยกงถังพยักหน้า ถ้าหากคิดหาทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้อีก นางคงไม่ทุ่มสุดตัว ถ้าหากต้องเอาชีวิตไปทิ้งด้วยเหตุนี้จริงๆ เช่นนั้นก็ไม่คุ้มเอาเสียเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีเรื่องอีกมากมายรอให้นางไปทำอยู่อีก
“กลัวแต่ว่าอาศัยความชุลมุนแล้วก็ยังทำไม่ได้น่ะสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคางพลางคิดใคร่ครวญ “ดูท่าว่าจะต้องคิดหาวิธีการอะไรสักอย่างเสียแล้วจริงๆ”
“โยวเย่ว์ เจ้าดูสิ นั่นมิใช่ท่านแม่ทัพหรอกหรือ” เจ้าอ้วนชวีชี้ไปยังกระโจมแห่งหนึ่งพลางพูดขึ้นในทันใด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองตามไปพบว่าเป็นซือหม่าเลี่ยกำลังนำกลุ่มคนของจวนแม่ทัพหลายคนตั้งค่ายพักแรมบนเนินเขาตรงข้ามที่ตั้งของผลอสรพิษทองคำอยู่
“ท่านปู่มาได้อย่างไรกัน” เมื่อเห็นซือหม่าเลี่ยที่กำลังสังเกตการณ์อยู่นอกกระโจม เธอก็หลบเข้าไปอยู่หลังเจ้าอ้วนชวีในทันใดแล้วพูดกับคนอื่นๆ ว่า “ถ