ดีเจ้าต้องไปก่อนล่วงหน้าสักสองวันเพื่อคอยสังเกตดูสถานการณ์”
“ข้ารู้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าพูด
หมัวซาเห็นเช่นนี้แล้วจึงแปลงร่างเป็นควันดำกลุ่มหนึ่งกลับเข้าไปภายในมณีวิญญาณ
ซือหม่าโยวเย่ว์เอนกายกลับลงไปบนเตียงอีกครั้งแล้วพูดกับตัวเองว่า “ยี่สิบวัน เก็บรวบรวมซากสัตว์อสูรวิเศษได้มากพอแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่การเสาะหาสมุนไพรแล้ว ถึงอย่างไรก็น่าจะทำสำเร็จได้ภายในครึ่งเดือนอยู่แล้ว แต่พื้นที่ชั้นในอันตรายถึงเพียงนั้น ถึงเวลาให้ข้าไปเองก็พอแล้ว เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องตกอยู่ในอันตรายด้วย แต่จะให้พวกเขาจากไปได้อย่างไรนี่สิ เอาละ ไม่คิดแล้วดีกว่า ถึงเวลาค่อยว่ากัน”
หลังจากคิดทะลุปรุโปร่งแล้วซือหม่าโยวเย่ว์ก็หลับตาแล้วท่องเคล็ดหลอมวิญญาณเงียบๆ ในใจ เริ่มต้นฝึกวิญญาณ
ผ่านการพักฟื้นมาหนึ่งวันหนึ่งคืน อาการบาดเจ็บของพวกเจ้าอ้วนชวีก็ดีขึ้นไม่น้อยเลย อย่างน้อยก็เดินทางได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว เมื่อนึกถึงว่ายังมีสมุนไพรที่ต้องเสาะหากันอีกหลายชนิด เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วจึงออกเดินทางกัน
เพื่อให้ระยะเวลาสั้นที่สุด ซือหม่าโยวเย่ว์ก็โยนเจ้าคำรามน้อยออกไป ให้มันไปหาสัตว์อสูรทิพย์พูดได้ตนหนึ่งแล้วถามว่าสมุนไพรเจริญเติบโตอยู่ที่ใด หลังจากนั้นจึงมาบอกเธอ แล้วเธอก็พาทุกคนไปเก็บสมุนไพรที่นั่น
ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ยังใช้เวลาไปนานถึงสิบสองวันจึงจะเก็บเครื่องยาได้ครบถ้วน
ณ บริเวณรอยต่อ