“ยังมีสิ่งใดแปลกประหลาดอีกหรือ” เจ้าอ้วนชวีถาม
“เจ้าอ้วน เจ้าไม่รู้สึกหรือ ตอนที่คนผู้นั้นยังมาไม่ถึงตัวพวกเรา ความเร็วไม่ได้ต่างจากฝูงหมาป่าเลย แต่หลังจากโยนลูกหมาป่าให้เจ้าแล้ว ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นมากอย่างฉับพลัน เพียงครู่เดียวกลับไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว ความเร็วก่อนหลังแตกต่างกันมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่รู้สึกว่าแปลกประหลาดอย่างยิ่งหรอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าว่าดูเหมือนเขาล่อฝูงหมาป่ามาหาพวกเราที่นี่หรือไม่เล่า”
“เจ้า… เจ้าจะบอกว่าคนผู้นั้นจงใจล่อฝูงหมาป่ามาหาพวกเราที่นี่อย่างนั้นหรือ คนผู้นั้นคิดจะทำร้ายพวกเราอย่างนั้นหรือ” เจ้าอ้วนชวีร้องออกมาอย่างตกใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์แสดงสีหน้าว่าเจ้ายังไม่ได้โง่เง่าถึงเพียงนั้นใส่เขา
“บัดซบ เจ้าคนผู้นั้นเป็นใครกัน คิดทำร้ายพวกเราด้วยเหตุใด” เจ้าอ้วนชวีตะโกนเสียงดังลั่น
“ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรู้ให้จงได้ ตอนนี้คาดเดาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” โอวหยางเฟยพูด
“ถูก ตอนนี้เดาไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อเขายังอยู่ในเทือกเขาแห่งนี้ พวกเรายังมีโอกาสได้พบกับเขาอีก” เว่ยจือฉีพูด “วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว ข้าคิดว่าพวกเราตั้งที่พักแล้วพักผ่อนกันก่อนดีกว่านะ”
“ดีเลย”
ทั้งห้าคนพักผ่อนกันหนึ่งวันเต็ม ตลอดเวลาหนึ่งวันนี้มีผู้คนเดินผ่านบริเวณที่พักของพวกเขาไปไม่น้อย
“โยวเย่ว์ เจ้าดูสิ เป็นกลุ่มคนของตระกูลใหญ่ผ่านมาอีกแล้ว” เจ้าอ้วนชวีนั่งอยู่ข้างกายซือหม่