ิวน้ำ เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวด้านหลังจึงหันหน้าไปมองแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเป็นซือหม่าโยวเย่ว์จึงถามว่า “เจ้ามาทำไม”
“ควรจะเป็นข้าที่ถามเจ้ามากกว่านะ เจ้าวิ่งออกมาคนเดียวทำไมกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์มายังข้างกายเป่ยกงถัง เตะก้อนหินก้อนหนึ่งลงน้ำไปอย่างส่งๆ ก่อให้เกิดระลอกคลื่นน้ำ
“ข้าเป็นอะไรเสียที่ไหนกัน” เป่ยกงถังส่ายหน้า
“เจ้ากำลังจงใจปลีกตัวห่างจากทุกคน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เป่ยกงถังตกตะลึงแล้วเอ่ยปฏิเสธ “ข้าเปล่านะ”
“เจ้าทำ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเป่ยกงถัง “พวกเราก็รู้จักกันมาตั้งหลายเดือนแล้ว เจ้าวางตัวไม่ใกล้ชิดไม่ห่างเหินกับทุกคนมาโดยตลอด เมื่อครู่เห็นพวกโอวหยางกับจือฉีเป็นเช่นนั้นกันแล้วก็ยังจากมาอีกหรือ”
เป่ยกงถังไม่พูดไม่จา เพียงแค่มองผิวน้ำเท่านั้น
“เจ้ากำลังกังวลใจใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดต่อไป “เป็นกังวลถึงท่านแม่และน้องชายของเจ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ กลิ่นอายบนร่างเป่ยกงถังก็แปรเปลี่ยนไปในทันใด เป่ยกงถังมองเธออย่างระแวดระวังแล้วถามอย่างเย็นชาว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่”
ทว่าซือหม่าโยวเย่ว์กลับมิได้ตกใจเพราะท่าทีเช่นนี้ของนาง เธอแย้มยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าไม่ต้องกระวนกระวายไปหรอกนะ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าประสบพบเจอกับอะไรมา แล้วยิ่งไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าจึงอ่อนไหวง่ายถึงเพียงนี้ แต่ข้าเพียงแค่มองความกังวลใจออกจากสายตาของเจ้าเท่านั้นเอง”
“จริงหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยักไห