ูดคุยกันเป็นระยะๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูพวกเขาแล้วก็ค้นพบว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ทำให้พวกเขาใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นไม่น้อย ถ้าหากบอกว่าก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่กลุ่มก้อนหนึ่งแล้วละก็ เช่นนั้นตอนนี้ทุกคนก็คือสหายร่วมการต่อสู้
ยามราตรี ทุกคนพากันแยกย้ายกลับไปพักผ่อนยังกระโจมของตน เป่ยกงถังเอนตัวนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงเล็กของตน สองตาเบิกกว้าง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสุขอย่างมิอาจควบคุมได้
“เมิ่งจี เจ้าฟื้นแล้วหรือ”
“เจ้านาย คราวก่อนข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป ตอนนี้เพียงแค่ฟื้นขึ้นมาชั่วคราวเท่านั้นเอง” น้ำเสียงผู้หญิงเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงสมองของเป่ยกงถัง
“เมิ่งจี ที่เจ้าบาดเจ็บจนอยู่ในสภาพนี้ ก็เพื่อคุ้มกันให้ข้าหลบหนีมาได้ ผ่านมานานปีถึงเพียงนี้แล้ว เจ้าก็ยังต้องพึ่งการนิทราเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอยู่เลย” เป่ยกงถังเอ่ยอย่างโทษตัวเอง
“เจ้านายอย่าได้โทษตัวเองไปเลย การปกป้องท่านเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว” เมิ่งจีพูด
“เจ้านาย ระยะเวลาที่ข้าจะตื่นขึ้นมาในครั้งนี้มิได้ยาวนานนัก ข้าขอบอกจุดประสงค์ที่ข้าตื่นขึ้นมาในครั้งนี้กับท่านตรงๆ เลยแล้วกัน ข้าสัมผัสได้ว่าภายในเทือกเขามีเครื่องยาชนิดหนึ่งที่กำลังจะเจริญขึ้น ถ้าหากใช้ได้ ข้าก็จะสามารถฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ เจ้านาย ถ้าหากทำได้…”
เสียงของเมิ่งจีเบาลงเรื่อยๆ ยังพูดคำสุดท้ายไม่จบก็หลับใหลลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้งเสียแล้ว
“เมิ่งจี ถ้าหากเครื่องยาชนิดนั