ไม่เพียงแค่เจ้าอ้วนชวีเท่านั้น พวกเป่ยกงถังก็ถูกฝูงสัตว์อสูรที่วิ่งควบเข้ามาทำเอาตะลึงงันไปเช่นเดียวกัน
“ช่วยด้วย…”
พอฝูงสัตว์อสูรเข้ามาใกล้ พวกซือหม่าโยวเย่ว์จึงเห็นเงาร่างคนผู้หนึ่งที่วิ่งอยู่ด้านหน้าฝูงสัตว์อสูร
“โฮก…”
เสียงคำรามอันเปี่ยมไปด้วยความป่าเถื่อนของฝูงหมาป่าทำให้คนผู้นั้นตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แต่เมื่อเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์ที่อยู่เบื้องหน้า เขาจึงกัดฟันวิ่งตรงมาทางพวกเขา
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นคนผู้นั้นวิ่งตรงมาทางพวกตนจึงตอบสนองออกไปในทันที เธอวิ่งพลางคำรามเสียงหนึ่งพร้อมลากเป่ยกงถังที่อยู่ข้างกายวิ่งไปด้านหลังด้วย
เมื่อถูกเธอตะโกนใส่เช่นนี้ พวกเว่ยจือฉีจึงค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมา พวกเขาซอยเท้าวิ่งโดยมิอาจเก็บข้าวของได้ทัน
“ช่วยข้าด้วย… สหายตรงหน้า ช่วยข้าด้วย…” คนผู้นั้นเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์พากันวิ่งหนีไปหมดแล้วจึงส่งเสียงร้องเรียก
“ช่วยบ้านน้องสาวเจ้าสิ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ตะโกนด่าพลางดึงเป่ยกงถังให้เร่งความเร็วยิ่งขึ้น
แต่ไม่ว่าอย่างไรพลังฝีเท้าของคนทั้งห้าก็มีขีดจำกัด จะวิ่งเก่งกว่าหมาป่าเปลวอัคคีได้อย่างไร เมื่อเห็นสัตว์อสูรวิเศษใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไหนจะยังมีคนเสื้อดำผู้นั้นอีก เจ้าอ้วนชวีจึงด่าว่า “บัดซบ เหตุใดเจ้านี่มันจึงได้วิ่งเร็วถึงเพียงนี้เล่า!”
เพียงไม่นานคนที่ถูกหมาป่าเปลวอัคคีไล่หลังก็ตามพวกเขามาจนทัน พอเห็นว่าในมือของเขาอุ้มลูกหมาป่าตัวน้อยตัวหนึ่งเอาไว