้ด้วย ซือหม่าโยวเย่ว์จึงได้เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงถูกฝูงหมาป่าวิ่งไล่ตามไปทั่วภูเขาเช่นนี้ได้
“ไอ้เวรนี่ เจ้าไปอุ้มเอาลูกหมาป่ามาทำไมกัน รีบคืนเขาไปเร็วเข้าสิ!”
คนผู้นั้นดูคล้ายว่าได้ยินคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงค่อยได้สติกลับคืนมา เขาก้มหน้าลงมองลูกหมาป่าตัวน้อยในอ้อมแขน แล้วจึงโยนลูกหมาป่าตัวน้อยใส่อ้อมแขนของเจ้าอ้วนชวีที่อยู่ข้างกาย หลังจากนั้นก็เร่งฝีเท้าวิ่งหนีไปยังอีกทิศทางหนึ่ง
“ไอ้บัดซบ เจ้าคิดบ้าบอจะฆ่าผู้อื่นให้ตายหรืออย่างไร!” เจ้าอ้วนชวีรับลูกหมาป่ามาโดยสัญชาตญาณ กว่าเขาจะเข้าใจอะไรขึ้นมา คนผู้นั้นวิ่งหนีหายไปจนไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเห็นสายตาที่คนผู้นั้นวิ่งหนีพวกเขาไปอย่างรวดเร็วแล้วนัยน์ตาก็มีแววสงสัยสายหนึ่งวาบผ่าน
“เจ้าอ้วนชวี เจ้าจะอุ้มลูกหมาป่าเอาไว้ทำไมกัน โยนเจ้าลูกหมาป่าทิ้งไปเสียสิ!” เว่ยจือฉีตะโกนพูด
เจ้าอ้วนชวีรีบโยนลูกหมาป่าทิ้งไป ทว่านอกจากหมาป่าตัวสองตัวที่วิ่งไปตามทิศทางของลูกหมาป่าแล้ว ตัวที่เหลือก็ยังไล่ตามพวกเขาไม่เลิกรา
“วิ่งไม่ไหวแล้ว ดูท่าทางคงได้แต่สู้กับพวกมันตรงๆ เสียแล้ว!” โอวหยางเฟยมองไปยังฝูงหมาป่าที่วิ่งตามพวกเขามาติดๆ อย่างไม่ลดละพลางหยิบอาวุธของตัวเองออกมาแล้วหมุนตัวบุกสังหารไปทางฝูงหมาป่า
คนอื่นๆ ก็เข้าใจว่าฝูงหมาป่านี้หมายหัวพวกเขาเอาไว้แล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะวิ่งไปเนิ่นนานเท่าใดก็ไม่ยอมปล่อยแน่ นอกจากนี้พวกเขาวิ่งกันมานาน