ถึงเพียงนี้แล้ว แรงกายก็ถดถอย เพียงแค่แรงเฮือกสุดท้ายหมดสิ้นไปเท่านั้น ฝูงหมาป่านึกอยากจะฆ่าพวกเขาให้ตายย่อมง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้เป็นกังวลกับฝูงหมาป่าที่ด้านหลังตนสักเท่าไรนัก เจ้าคำรามน้อยกับย่ากวงออกมาสุ่มๆ สักตนหนึ่งก็ทำให้พวกมันพรั่นพรึงได้แล้ว แต่เธอไม่คิดจะทำเช่นนั้น ถ้าหากเคยชินกับการอาศัยสัตว์อสูรผูกพันธสัญญายามเผชิญอันตรายตั้งแต่ต้นจนติดนิสัยพึ่งพาผู้อื่น ในภายหน้าหากตนคิดอยากจะแข็งแกร่ง ก็คงจะเป็นได้แค่เพียงลมปากแล้ว!
“พวกเราแย่แล้ว!” เว่ยจือฉีหยุดฝีเท้าลงเช่นกัน แล้วเรียกสัตว์อสูรวิเศษที่ตนทำพันธสัญญาด้วยออกมาเผชิญหน้ากับหมาป่าเปลวอัคคี
“ข้าไม่วิ่งแล้ว ย่ายายพวกมันเถอะ!” เจ้าอ้วนชวีเรียกสัตว์อสูรวิเศษของตนออกมาเช่นกันพลางหยิบขวานของตนออกมาแล้วสับเข้าใส่หมาป่าเปลวอัคคี
เป่ยกงถังมิได้เรียกสัตว์อสูรวิเศษของตนออกมา เพียงแค่หยุดฝีเท้าลงแล้วโยนลูกพลังวิญญาณที่รวมตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วในมือไปยังหมาป่าเปลวอัคคี
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูแวบหนึ่ง ของโอวหยางเฟยเป็นเสือดาวเมฆา สัตว์อสูรวิเศษระดับต่ำขั้นเก้าตนหนึ่ง ดูท่าทางคล้ายว่าอีกไม่นานจะเลื่อนไปเป็นระดับสัตว์อสูรทิพย์แล้ว
ส่วนของเจ้าอ้วนชวีเป็นจิ้งจอกเสน่หา สัตว์อสูรวิเศษระดับต่ำขั้นเจ็ด จิ้งจอกนั่นดูแล้วมีขนาดร่างกายเตี้ยเล็กกว่าหมาป่าเปลวอัคคีอยู่มาก แต่พลังการต่อสู้กลับมิได้ด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย
สัตว์อสูรวิเศ