ไว้ได้ไปตลอดกาลเลย!” เว่ยจือฉีพูดอย่างเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
“ใช่แล้ว พวกเราจะเป็นสหายที่พวกเจ้าฝากชีวิตเอาไว้ได้ไปตลอดกาล!” เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างแน่วแน่
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มน้อยๆ แล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็ดี พวกเราเริ่มต้นต่อสู้กันเถิด!”
เป่ยกงถังและโอวหยางเฟยประสานสายตากันปราดหนึ่ง มองเห็นจิตวิญญาณการต่อสู้อันเข้มข้นในดวงตาของกันและกัน รวมทั้งความร่วมมือร่วมใจที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางความเหนื่อยยากอีกด้วย
“บุก!”
โอวหยางเฟยยังคงเป็นคนแรกที่พุ่งไปถึงตรงหน้าฝูงหมาป่า ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังก็ตามมาติดๆ สามคนบวกกับสัตว์อสูรวิเศษสามตน ก่อให้เกิดเป็นวงล้อมวงหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว โอบล้อมเจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีเอาไว้ตรงกลาง ให้เวลาพวกเขารวบรวมปราณวิญญาณอย่างเพียงพอ
ส่วนเจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีรวบรวมเอาลูกพลังวิญญาณออกมา คอยดูว่าหากใครมีอันตราย หรือว่าระหว่างต่อสู้เกิดสถานการณ์ตึงเครียด ก็จะโยนลูกพลังวิญญาณไปยังทิศทางนั้น หรือบางทีพวกเขาก็โยนลูกพลังวิญญาณเข้าไปท่ามกลางฝูงหมาป่า ทำเอาพวกมันส่งเสียงโอดโอย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เพราะพรรคพวกบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก หัวหน้าของหมาป่าเปลวอัคคีจึงจำใจพาผู้ใต้บังคับบัญชาของตนวิ่งหนีไปอย่างหดหู่
ฝูงหมาป่าจากไปแล้ว ทุกคนต่างทรุดฮวบ บาดแผลน้อยใหญ่บนร่างกายยังคงมีเลือดไหลซิบ การต่อสู้เมื่อครู่ทำเอาพวกเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรง หลังจากที่เจ้าอ้วนชวี