ะยะประชิด จือฉีกับเจ้าอ้วนชวี พวกเจ้าทั้งสองใช้พลังวิญญาณโจมตีเป็นหลักนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ตอนนี้พวกเราเป็นกลุ่มเดียวกันแล้ว ถ้าหากคิดอยากจะบุกฝ่าออกไปแบบมีชีวิตรอด ก็ต้องพยายามร่วมมือกันจึงจะใช้ได้”
ทุกคนมองดูฝูงหมาป่าที่โอบล้อมพวกเขาเอาไว้แล้วต่างพยักหน้า ถือว่ายอมรับในสิ่งที่ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“จือฉี เจ้าอ้วนชวี พวกเราอยู่ข้างนอก พวกเจ้าอยู่ตรงกลาง รวบรวมพลังวิญญาณออกมาให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ทางฝั่งพวกเราถูกโจมตี พวกเจ้าสองคนก็อาจมีอันตรายตามไปด้วยได้”” โอวหยางเฟยเอ่ยเตือน
“พวกเจ้าวางใจได้เลย” เจ้าอ้วนชวีให้สัญญา
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีปราดหนึ่งพลางพูดอย่างจริงจังว่า “ก่อนหน้านี้น้อยครั้งนักที่ข้าจะให้ผู้อื่นระวังหลังให้ เพราะนั่นเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง วันนี้พวกเราสามคนยกให้พวกเจ้าช่วยระวังหลังให้ พวกเจ้าก็ต้องคอยเฝ้าระวังแทนพวกเราด้วยล่ะ!”
พวกเว่ยจือฉีทั้งสี่คนได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็อดหัวใจสั่นสะท้านมิได้ เธอพูดได้ไม่ผิดเลย ก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนต่างคนต่างมา แม้กระทั่งยามอยู่ในตระกูลของตัวเองก็ยังไม่มีทางไว้เนื้อเชื่อใจถึงขนาดให้ผู้อื่นระวังหลังให้ ทว่าวันนี้พวกเขากลับฝากความปลอดภัยของตนเอาไว้กับผู้อื่น เพราะไร้ซึ่งทางเลือก และเพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ
“โยวเย่ว์ พวกเจ้าวางใจเถิด พวกเราเป็นพรรคพวกเดียวกัน พวกเราจะเป็นสหายที่พวกเจ้าฝากชีวิตเอา