ช่นนี้ก็ขอบคุณคุณชายชิงมากที่เตือน” เว่ยจือฉีพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พวกเราทหารรับจ้างมิได้มีพิธีรีตองอะไรมากมายเช่นนั้น ถ้าหากพวกเจ้าไม่รังเกียจ จะเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ชิงก็ได้นะ คุณชายชิงอันใดกัน ข้าฟังแล้วแปลกพิกล ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย” ชิงอู๋หยาพูดพลางเกาท้ายทอย
“หึๆ พี่ใหญ่ชิง ถ้าหากพี่ใหญ่ชิงพอมีเวลาว่างก็มานั่งสนทนากับทุกคนเสียเลยดีกว่าไหมเล่า” เว่ยจือฉีหยิบเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บวัตถุแล้วพูดขึ้น
ชิงอู๋หยามองปราดเดียวก็ดูออกว่าแหวนเก็บวัตถุของเว่ยจือฉีไม่ธรรมดา มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะใช้ได้ เมื่อเห็นว่าเขาถึงกับหยิบเก้าอี้ออกมาแล้วจึงยิ้มพูดว่า “ได้สิ”
“พี่ใหญ่ชิง พวกท่านเคยมาที่เทือกเขาผู่สั่วแล้วใช่หรือไม่” เว่ยจือฉีถาม
“ใช่แล้ว เรียกได้ว่าเทือกเขาผู่สั่วเป็นสถานที่ที่พวกเราทหารรับจ้างมากันบ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้” คุณชายชิงเอ่ยตอบ
“เช่นนั้นพวกท่านก็คงจะรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีเลยทีเดียวสิ ท่านช่วยเล่าสถานการณ์ของที่นี่ให้พวกเราฟังสักหน่อยได้หรือไม่” เว่ยจือฉีถามพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเว่ยจือฉี เจ้าคนผู้นี้มีรูปโฉมหล่อเหลา รอยยิ้มอบอุ่น ทั้งยังรู้จักพูดจา ชวนให้คนรู้สึกสุภาพสง่างาม เผลอวางตัวใกล้ชิดเขาอย่างไม่รู้ตัว
ความใกล้ชิดเช่นนี้ไม่เหมือนกับความใกล้ชิดที่แผ่ออกมาจากมณีวิญญาณที่ตนทำพันธสัญญาด้วย นี่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างหนึ่ง
………………………