“อาจารย์เฟิง ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเงาร่างของเฟิงจือสิงพลางหยุดฝีเท้าลงแล้วเอ่ยถามขึ้น
ที่นี่คือทางเดินเล็กที่นำไปสู่เรือนพัก ยามปกติก็มีผู้คนเดินผ่านน้อยมากอยู่แล้ว อีกทั้งตอนนี้ยังค่อนข้างเช้าอยู่ บนทางเดินจึงไม่มีคนเลย คิดไม่ถึงว่าเฟิงจือสิงจะมารอเธออยู่ที่นี่ได้
“มารอเจ้าอย่างไรเล่า” เฟิงจือสิงมองซือหม่าโยวเย่ว์ พูดอย่างเรียบเรื่อย
“มีเรื่องอันใดหรือขอรับ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองท่าทีราวกับสายลมอ่อนโชยของเฟิงจือสิง หัวใจอันฉุนเฉียวจากการสังหารคนเมื่อครู่นี้จึงสงบลงตามไปด้วย
“เมื่อวานโอวหยางเฟยมาพบข้า บอกว่าวันนี้พวกเจ้าจะออกไปจากวิทยาลัยกันแล้ว” เฟิงจือสิงพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าจะไปกันอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่เมื่อนึกถึงว่าล่าช้ามาหลายวันแล้วเพราะตนเป็นเหตุ พวกโอวหยางเฟยก็ย่อมต้องร้อนใจแน่นอนอยู่แล้ว
“ขอรับ พวกเขาบอกว่าจะออกเดินทางกันเร็วหน่อย” เธอพยักหน้า
“ภารกิจของพวกเจ้าครั้งนี้ยากที่สุด ทั้งยังมีความอันตรายเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย เจ้าต้องระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย” เฟิงจือสิงพูด
“ข้าจะระวัง ขอบคุณท่านอาจารย์มากที่เป็นห่วง ถ้าหากไม่มีเรื่องใดแล้วข้าขอตัวก่อน พวกเขากำลังรอข้าอยู่” ซือหม่าโยวเย่ว์เกาแก้มพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไปเถิด” เฟิงจือสิงโบกไม้โบกมือ เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์จากไปแล้วจึงเอ่ยพึมพำว่า “มีกลิ่นคาวเลือดด้วย เจ้าเด็กผู้นี้ทำอะไรลงไ