อเย็นเธอเห็นว่าสี่คนที่เหลือล้วนมีสีหน้าจริงจัง เธอรู้ว่าพวกเขากำลังกระวนกระวายเรื่องการเข้าไปยังเทือกเขาในวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับเธอที่เคยอาศัยอยู่ในเทือกเขาผู่สั่วมาเป็นเวลานานเช่นนี้กลับมิได้กระวนกระวายแต่อย่างใดเลย
ต่อมา หลังจากล้างเนื้อล้างตัวอย่างง่ายๆ รอบหนึ่งแล้วเธอก็กอดผ้าห่มผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาลงมารวมตัวกันกินอาหารเช้าที่ชั้นล่าง
“เมื่อคืนข้าได้รู้สถานการณ์ของเทือกเขาผู่สั่วจากเจ้าของโรงเตี๊ยมแล้วนะ” เว่ยจือฉีกินข้าวเช้าไปพลาง พูดกับอีกสี่คนที่เหลือไปพลาง “เทือกเขาผู่สั่วแห่งนี้แบ่งออกเป็นชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน…”
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สิ่งที่เว่ยจือฉีพูดหมดแล้ว แต่เมื่อได้ฟังเขาพูดอย่างละเอียดลออเช่นนั้น ก็ตะลึงไปกับความสามารถในการสืบหาข่าวสารของเขา
“ขอเพียงแค่พวกเราไม่ไปที่ชั้นกลางและชั้นใน ก็ไม่มีทางประสบกับอันตรายใหญ่หลวงหรอก” เว่ยจือฉีเอ่ยสรุปในที่สุด
“แต่ถ้าหากพวกเราจำเป็นต้องรวบรวมเครื่องยาที่มิได้อยู่ที่ชั้นนอกเล่า ก็คงได้แต่เสี่ยงอันตรายเข้าไปลองดูที่ชั้นกลางน่ะสิ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ชั้นกลางอันตรายเกินไป หากหลีกเลี่ยงไม่ไปได้ ก็พยายามอย่าไปเลยดีกว่า” เว่ยจือฉีพูด
“ไปกันเถิด ข้าก็เพิ่งเคยมาที่เทือกเขาผู่สั่วนี่เป็นครั้งแรก แทบจะอดใจรอดูว่ามันหน้าตาเป็นเช่นไรไม่ไหวอยู่แล้ว”
………………