สวม ก็เป็นนักเรียนของวิทยาลัยเช่นเดียวกัน
“เมืองเหยียน” ตอนที่คนหนึ่งในนั้นยื่นป้ายสัญลักษณ์ออกไป ก็พูดกับผู้ดูแลสองคำ หลังจากนั้นก็เข้าไปยืนในค่ายกลนำส่ง
“พี่ใหญ่ ท่านว่าพวกเขาจะไปจากเมืองเหยียนถึงเทือกเขาผู่สั่วได้จริงๆ หรือ” คนที่มาถึงค่ายกลนำส่งเป็นคนที่สองถาม
คนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่มองคนผู้นั้นปราดหนึ่งโดยไม่เอ่ยวาจา คนผู้นั้นจึงยักไหล่ก่อนจะเข้ามายืนอยู่ข้างๆ
ยามพลบค่ำ พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็มาปรากฏตัวขึ้นที่สมาคมปรมาจารย์วิญญาณแห่งเมืองเหยียน
“พวกเราไปหาโรงเตี๊ยมสักแห่งพักผ่อนกันก่อนเถิด ระหว่างนั้นจะได้ฟังข่าวคราวเกี่ยวกับสถานการณ์ของเทือกเขาผู่สั่วไปพลางๆ ด้วย พวกเจ้าว่าไง” เว่ยจือฉีถาม
“ดีเลย!” เจ้าอ้วนชวีเห็นด้วยก่อนใคร อยู่ในค่ายกลนำส่งเนิ่นนานถึงเพียงนั้น ทำเอาปวดหลังปวดเอวไปหมดแล้ว
“ข้าไม่มีข้อโต้แย้ง” ซือหม่าโยวเย่ว์ตอบ
เป่ยกงถังและโอวหยางเฟยก็พยักหน้าเช่นกัน ตอนนี้ท้องฟ้าใกล้มืดแล้ว หากเร่งรีบไปยังเทือกเขาผู่สั่วในตอนนี้ก็เป็นเรื่องค่อนข้างอันตรายเลยทีเดียว
จากนั้นตอนที่ทั้งห้าคนออกจากสมาคมปรมาจารย์วิญญาณ ก็แวะถามสถานที่ตั้งของโรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุดไปด้วย ก่อนจะไปเปิดห้องพักห้าห้อง หลังจากกินอาหารเย็นแล้วก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน
หลังจากที่พวกเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยมได้ไม่นาน คนจำนวนหนึ่งก็เข้ามาพักด้วยเช่นกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์กลับไปที่ห้องพักแล้วนอนแผ่หลาลงบนเตียง
ตอนกินมื้