งพวกเขา เว่ยจือฉีก็จ่ายค่าใช้งานสำหรับห้าคน ก่อนจะบอกชื่อเมืองแห่งหนึ่งแก่สาวใช้ผู้นั้น
“เมืองเหยียน ห้าคน” สาวใช้ผู้นั้นพูดพลางหยิบเอาป้ายสัญลักษณ์ห้าอันส่งให้แก่เว่ยจือฉี แล้วเว่ยจือฉีก็เอาป้ายสัญลักษณ์มาแจกจ่ายให้กับทุกคน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูป้ายสัญลักษณ์ในมือพลางคิดว่าที่นี่ไม่เห็นจำเป็นต้องกรอกข้อมูลอันใดเลย คาดว่าคงเป็นเพราะที่นี่มีผู้คนผ่านไปมามากมายเหลือเกิน การกรอกข้อมูลจึงเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไป
“เมืองเหยียนนี้เป็นเมืองที่ข้าและโอวหยางตัดสินใจเลือกเองแหละ” เว่ยจือฉีเดินไปพลาง พูดอธิบายให้ซือหม่าโยวเย่ว์ฟังไปพลาง “พวกเราเคยได้ยินมาว่าสัตว์อสูรวิเศษทางตอนเหนือของเทือกเขาผู่สั่วนั้นมีจำนวนค่อนข้างน้อย คราวนี้พวกเราก็เลยจะไปทางด้านเหนือกัน และเมืองเหยียนก็เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ”
เมื่อมาถึงห้องที่ค่ายกลนำส่งตั้งอยู่ พวกเป่ยกงถังก็ส่งป้ายสัญลักษณ์ให้กับคนที่อยู่ด้านข้าง หลังจากนั้นก็ไปยืนอยู่ภายในค่ายกลนำส่งแล้วมองพวกซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งสามคน
ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงตอนที่ใช้ค่ายกลนำส่งเมื่อคราวก่อนแล้วตนล้มลุกคลุกคลานเสียจนราวกับสุนัข พอเห็นค่ายกลนำส่งอีกครั้ง ดวงตาก็เปล่งประกายวาบ
รอจนทั้งห้าคนขึ้นไปกันครบแล้ว ค่ายกลนำส่งจึงเริ่มทำงาน เพียงไม่นานพวกเขาก็หายลับไปจากห้อง
หลังจากที่พวกเขาเพิ่งไปได้ไม่นาน คนอีกสองกลุ่มก็มาที่สมาคมปรมาจารย์วิญญาณเช่นเดียวกัน ดูจากสิ่งที่พวกเขา