ม่าโยวเย่ว์กลับบ้านมาแล้ว วันนี้กำลังจะกลับไปที่วิทยาลัยเขาจึงคิดจะพาคนไปสังหารเขาระหว่างทาง
เดิมทีนางไม่เห็นด้วยเลย แต่น่าหลานฉียังคงยืนกรานและพาคนคุ้มกันออกไปในท้ายที่สุด
ตั้งแต่น่าหลานฉีออกไปเธอก็เริ่มกระวนกระวายใจ เป็นกังวลว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่เมื่อคิดๆ ดูแล้วซือหม่าโยวเย่ว์ก็เป็นเพียงแค่คนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น ด้วยพลังยุทธ์ของน่าหลานฉีและคนคุ้มกันแล้ว การจัดการกับนางก็เป็นเพียงเรื่องง่ายราวกับกระดิกนิ้วเท่านั้น เมื่อคิดเช่นนี้แล้วหัวใจของตนจึงค่อยสงบลงมา
“ซือหม่าโยวเย่ว์ มันก็น่าเสียใจอยู่บ้างที่มิอาจปลิดชีวิตเจ้าด้วยมือตัวเอง แต่ตายด้วยน้ำมือของน้องชายข้าก็เหมือนกันนั่นแหละ!” เมื่อนึกถึงว่าตนถูกไล่ออกจากวิทยาลัย น่าหลานหลานก็กำหมัดแน่น
ภายในตรอก ซือหม่าโยวเย่ว์มาถึงข้างกายน่าหลานฉี มองดูเขาถูกเปลวเพลิงปราณวิญญาณของตนเผาไหม้จนหน้าตาดูไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจ เธอเตะเขาทีหนึ่งแล้วพูดว่า “ตกใจถึงเพียงนี้เพราะอะไรกัน เพราะว่าข้าฝึกยุทธ์ได้ หรือเพราะคิดไม่ถึงว่าตนจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วเช่นนี้กันเล่า”
น่าหลานฉีกะพริบตา พูดไม่ออกเลยแม้แต่ประโยคเดียว
เขาคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เพียงแค่ฝึกยุทธ์ได้เท่านั้น แต่ระดับขั้นยังสูงกว่าตนเสียอีก ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้ปราณวิญญาณจึงไม่มีดาวเดือนอันเป็นสัญลักษณ์ระดับขั้นปรากฏขึ้นที่ใต้ฝ่าเท้า แต