วลาไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเธออยู่ดี
เขาเก็บเปลวไฟลง หลังจากนั้นจึงหยิบเอายาวิเศษออกมาให้ซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์รีบก้าวเข้าไปแล้วเปิดฝาออกอย่างอดใจรอไม่ไหว ยาวิเศษที่ปรากฏอยู่ข้างในนั้นมีรูปร่างกลมอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งกลิ่นยาโชยเตะจมูก แค่มองก็เห็นแล้วว่าดีกว่ายาวิเศษที่เธอหลอมไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ลักษณะเช่นนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นยาวิเศษขั้นหนึ่งระดับสูง
“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าไปตกตะกอนสิ่งที่ข้าบอกเจ้าสักหน่อยก่อน ไปลองขัดเกลาด้วยตัวเองดูก็แล้วกัน” หมัวซาพูดจบแล้วก็กลับเข้าไปในศิลาวิญญาณ โดยที่ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่ทันได้ถามถึงเปลวเพลิงสีดำของเขาเลย
“ไปเร็วจริงๆ เลย” ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปากพลางคิดว่าไว้ค่อยถามคราวหน้าก็ได้ เธอนั่งลงบนม้านั่งแล้วหลับตาลง กระบวนการหลอมยาของหมัวซาเมื่อครู่…ฉายวาบขึ้นตรงหน้าเธอ
หนึ่งวันให้หลัง เจ้าวิญญาณน้อยได้กลิ่นหอมของยาอันเข้มข้นขุมหนึ่ง ทำเอาสองตาเปล่งประกาย เพียงครู่เดียวก็มาปรากฏตัวที่ห้องหลอมยา
“เจ้านาย หลอมสำเร็จแล้วหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บยาวิเศษที่เพิ่งหลอมเสร็จลงไปในขวดหยก ละเลยท่าทางกระหายอยากของเจ้าวิญญาณน้อยไปแล้วพูดว่า “อืม หลอมเสร็จแล้วล่ะ”
“ฮ่าๆ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าเจ้าจะต้องสำเร็จเป็นนักหลอมยาได้แน่!” เจ้าวิญญาณน้อยหัวเราะเสียงดังพลางมองซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยท่าทีราวกับมองทารกน้อยอยู่
ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นขวดหยกให้ถึงมือเจ้าวิญญาณน้อยพลา