งเอ่ยว่า “จัดการเลย”
หลังจากนั้นเธอก็กะพริบร่างออกมาจากมณีวิญญาณ
เจ้าวิญญาณน้อยมองดูความระเกะระกะทั่วทั้งห้องหลอมยาแล้วจึงโบกมือน้อยๆ คราหนึ่ง ภายในห้องก็กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยตามเดิม จากนั้นเขาก็หยิบขวดหยกก่อนจะหายตัวไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
ภายในห้อง ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ไม่นานก็ลืมตาทั้งสองขึ้นแล้วกระอักเอาสิ่งปฏิกูลออกมาคำหนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการหลอมยาก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
“เย่ว์เย่ว์ หลายวันมานี้ที่เจ้าปลีกวิเวกไป พวกเจ้าอ้วนชวีมาหาเจ้าหลายครั้งเลยนะ” เจ้าคำรามน้อยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ตื่นขึ้นมาแล้วจึงเอนกายลงบนโต๊ะพลางเอ่ยขึ้น
“มีเรื่องอันใดหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ลงมาจากเตียง
“ไม่รู้สิ พวกเขาเพียงแค่เขย่าประตูอยู่หลายครั้ง แล้วคงคิดเอาว่าเจ้ากำลังฝึกยุทธ์อยู่จึงมิได้บุกเข้ามาน่ะ” ขาอันสั้นป้อมทั้งสี่ของเจ้าคำรามน้อยขยับไหวอย่างสุดแรงเกิด หมายจะพลิกกลับมา แต่ลองดูอยู่หลายครั้งก็ล้มเหลวตลอด
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้ามาแล้วก้มศีรษะลงมองแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาพลิกตัวมันแล้วเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “เจ้าควรลดความอ้วนได้แล้วนะ”
พูดจบเธอก็เปิดประตูแล้วเดินออกไป
เจ้าคำรามน้อยปีนป่ายอยู่บนโต๊ะมองเงาหลังของซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยน้ำตานองหน้าพลางคร่ำครวญอยู่ในใจว่า นั่นก็เป็นเพราะก่อนหน้านี้เจ้าขุนข้าจนอ้วน แล้วตอนนี้กลับมาหาว่าข้าอ้วนอีก!
ซือหม่าโยวเย่ว์ก้าวออกนอกประตูห้