อง ก็เห็นโอวหยางเฟยที่เดินเข้ามาจากข้างนอกพอดี กลิ่นเลือดจางๆ สายหนึ่งโชยมาจากบนร่างเขา
“เจ้าได้รับบาดเจ็บมาอย่างนั้นหรือ”
โอวหยางเฟยมองเธอโดยไม่พูดอะไรเลยแล้วตรงกลับไปยังห้องของตนเอง
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูกตัวเอง วันนี้แรงกดดันของเจ้าคนผู้นี้ต่ำกว่าที่เคยเป็นมา หรือเป็นเพราะว่าถูกคนโจมตีมากันนะ
“โยวเย่ว์ เจ้าออกจากการปลีกวิเวกแล้วหรือ” เว่ยจือฉีออกมาจากห้องของตัวเองแล้วอมยิ้มมองซือหม่าโยวเย่ว์
“อื้ม” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า “เจ้าคำรามน้อยบอกว่าช่วงก่อนหน้านี้พวกเจ้ามาหาข้าอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับภารกิจน่ะ เดิมทีอยากจะมาหาเจ้าเพื่อหารือกันสักหน่อย แต่เห็นในห้องเจ้าไม่มีความเคลื่อนไหวก็เลยไม่อยากรบกวนเจ้า” เว่ยจือฉีพูด
“ทำไมหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เพราะภารกิจของพวกเราในครั้งนี้ค่อนข้างยาก ดังนั้นพวกเราจึงตัดสินใจจะออกเดินทางกันเร็วหน่อย และตอนนี้ชั้นเรียนก็หยุดลงพอดีด้วย คิดกันว่ารอให้เจ้าออกมาแล้วจะเริ่มเดินทางกันเลย” เว่ยจือฉีพูดอย่างขอโทษขอโพยอยู่บ้างความจริงแล้วเป็นกิจกรรมกลุ่ม แต่พวกเขากลับตัดสินใจไปเรียบร้อยโดยไม่รอให้ซือหม่าโยวเย่ว์ออกมา
“เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ตกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทางของเว่ยจือฉีจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะถ่วงเวลาการผจญภัยของทุกคนสินะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าขอไปจัดการอะไรให้เรียบร้อยก่อน จะกลับไปบอกพวกท่านปู่ส