ักหน่อยว่าจะออกตัวแล้ว”
“เจ้าไม่ต้องรีบร้อนหรอก” เว่ยจือฉีพูด “ดูท่าทางของโอวหยางแล้วพวกเราคงมิได้ไปกันในวันสองวันนี้หรอก เจ้าค่อยๆ เตรียมตัวไปก็ได้นะ”
“ได้ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนละนะ พรุ่งนี้จึงจะมา” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ได้เลย” เว่ยจือฉีพยักหน้า เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ปิดประตูจากไปแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ในทันใด จึงเรียกเพื่อรั้งตัวเธอเอาไว้ “ใช่แล้ว ในช่วงเวลาที่เจ้าปลีกวิเวกนี้ เหอชิวจือถูกคนพบเห็นเป็นศพอยู่ในเมือง ซึ่งศัตรูลงมือได้อย่างสะอาดเรียบร้อย คงจะเป็นฝีมือของตระกูลน่าหลานนั่นแหละ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้ตกใจแต่อย่างใดเมื่อได้ยินข่าวการตายของเหอชิวจือ เธอรู้อยู่แล้วว่าตระกูลน่าหลานย่อมไม่มีทางปล่อยนางไปอยู่แล้ว
เธอโบกไม้โบกมือไปทางเว่ยจือฉีก่อนจะหมุนกายจากไป
คนที่คิดจะทำร้ายเธอก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจตายมาก่อนแล้วสิ
พอกลับถึงจวนแม่ทัพ ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไปหาซือหม่าเลี่ยแล้วบอกเขาว่าจะไปจากที่นี่เพื่อออกปฏิบัติภารกิจสักระยะหนึ่ง ในตอนแรกซือหม่าเลี่ยไม่เห็นด้วย แต่ก็มิอาจทานทนต่อการรบเร้าทุกวิถีทางของเธอได้ จึงได้รับปากไปอย่างกระอักกระอ่วน
พอเขาเห็นเธอจากไปแล้วก็เรียกตัวพ่อบ้านมาก่อนจะพูดว่า “คุณชายห้าจะออกไปแล้ว เจ้าส่งคนไปคอยอารักขาเขาด้วยล่ะ”
“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านรับคำสั่งแล้วจึงออกไปจัดการเรื่องกำลังคน
ซือหม่าโยวเย่ว์ค้างที่บ้านคืนหนึ่ง เช้าวันต่อมาก็กลับมาที่วิทยาลัย หลัง