ส่งกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ตอนนี้ก็จะยิ่งร้ายกาจขึ้นไปอีก”
“จริงหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองหมัวซาด้วยสองตาเป็นประกาย ถ้าหากเขามิใช่ร่างวิญญาณ ไม่แน่ว่าเธออาจจะวิ่งเข้าไปกอดเขาเอาไว้แล้วจูบเขาแรงๆ สักทีหนึ่งก็เป็นได้
“เจ้าอย่าเพิ่งด่วนดีใจไปเลย” หมัวซาเห็นท่าทางเช่นนั้นของเธอแล้วก็อดนึกอยากจะสาดน้ำเย็นใส่เธอมิได้ “เมื่อพลังยุทธ์ของเจ้าเพิ่มพูนขึ้น ไอพลังทั้งสองขุมของร่างมารสว่างก็จะทวีความแข็งแกร่งขึ้นด้วย ถ้าหากถึงตอนนั้นแล้วเจ้าควบคุมมันเอาไว้ไม่ได้ ก็อาจจะเกิดสถานการณ์อันตรายขึ้นมาได้”
พอได้ฟังคำแล้วซือหม่าโยวเย่ว์กลับมิได้เป็นกังวลแต่อย่างใด
“ถึงอย่างไรท่านก็มีทางแก้ใช่หรือไม่ ในเมื่อตอนนั้นท่านยังมีชีวิตรอดมาได้ ข้าก็ต้องทำได้เช่นกันสิ!”
คำพูดที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจในตนเองทำให้หมัวซาหัวใจสั่นสะท้าน ตอนนั้นตนก็ยังเยาว์วัยสดใสร่าเริงเช่นนี้ มีความมั่นใจในตนเองอย่างเต็มเปี่ยม ตอนที่รู้ว่าตนเองเป็นร่างมารสว่าง เขาก็มั่นใจว่าตนเองจะมีชีวิตรอดต่อไปได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่กระบวนการนี้มีความเจ็บปวดอยู่บ้างเท่านั้น
“ใช่แล้ว วิธีการที่ท่านว่าคืออะไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เงยหน้าขึ้นถาม
“บอกเจ้าไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก” หมัวซาพูดอย่างเรียบเรื่อย
“ชิ วางมาดอีกแล้วนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปาก แต่ก็มิได้ถามซักไซ้ต่อไปอีก ถ้าหากเจ้าคนผู้นี้ไม่คิดอยากพูดจริงๆ ก็ไม่มีทางเปิดปากพูดแน่นอน ถึง