นเองก็มีเสียงขลุกขลักดังขึ้นมาภายในเตาหลอมยา หลังจากนั้นก็มีเสียงซ่าดังขึ้น กลิ่นอับๆ สายหนึ่งแผ่กำจายออกมาจากรูขนาดเล็กบนฝาเตาหลอมยา เป็นการประกาศว่าการผสานรวมในครั้งนี้ล้มเหลว
ซือหม่าโยวเย่ว์ดับไฟก่อนจะเปิดฝาเตาหลอมยาออก แน่นอนว่าได้เห็นกองขี้โคลนเหนียวหนืดสีดำเมี่ยมกองหนึ่ง เธอจึงอดถอนหายใจมิได้
“เย่ว์เย่ว์ อย่าเพิ่งสิ้นหวังนะ นี่เพิ่งจะเป็นครั้งแรกของเจ้า จะล้มเหลวก็เป็นเรื่องปกติ รอให้เจ้าคุ้นเคยแล้วเดี๋ยวก็ออกมาดีเองแหละ” เจ้าคำรามน้อยปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเธอพลางส่งเสียงปลอบประโลม
“ข้ามิได้หมดหวังหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางส่ายหน้า “ข้าแค่กำลังคิดว่าการหลอมยานี้มิใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ เลยจริงๆ”
“แน่นอนอยู่แล้วสิ” เจ้าวิญญาณน้อยก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเช่นกันก่อนจะพูดว่า “เจ้านายคนก่อนๆ โน้นเคยบอกว่าการหลอมยานี้พอดูขั้นตอนแล้วเหมือนจะมิได้ยากเย็นอะไรนัก แต่กลับกีดกันปรมาจารย์วิญญาณนับพันนับหมื่นเอาไว้ได้ ดูท่าว่าคำพูดนี้จะมีเหตุผล ตอนหลอมยานั้นการให้ความร้อนทุกนาที การควบคุมทุกขั้นตอนจำเป็นจะต้องแม่นยำ และข้อกำหนดทางด้านพลังจิตนี้ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในล้านเลยทีเดียว”
“ดูเหมือนว่าจำเป็นจะต้องให้อาจารย์สักท่านหนึ่งมาชี้แนะจึงจะใช้ได้สินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคางของตนพลางเริ่มคิดว่าจะเลือกใครมาเป็นอาจารย์ของตนดี แต่เธอกลั่นกรองบรรดานักหลอมยาเหล่านั้นอยู่ในหัวรอบหนึ่งแล้