วก็ยังคิดไม่ออกว่าใครจะเหมาะสม
“มีแต่พวกอัปลักษณ์ทั้งนั้นเลย อยู่กับพวกเขาไปก็เรียนอะไรไม่ลงหรอก” เมื่อนึกถึงว่าบรรดานักหลอมยาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นพวกเย่อหยิ่งคับฟ้า ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงเสียแล้ว
ถ้าหากบรรดานักหลอมยาเหล่านั้นรู้ว่าตัวเองถูกคนเห็นเป็นเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะโมโหจนกระทืบเท้าเร่าๆ หรือไม่!
“ช่างเถิด ลองหลอมเองดูก่อนแล้วกัน ถ้าถึงตอนนั้นได้พบนักหลอมยาดีๆ แล้วค่อยคิดเรื่องกราบอาจารย์ก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วพลันหยิบเครื่องยาอีกส่วนหนึ่งขึ้นมาเริ่มต้นฝึกฝนการหลอมยาอีกครั้ง
สามวันต่อมา ในที่สุดเธอก็ทำการผสานรวมตัวยาเหลวเตาแรกออกมาได้สำเร็จ
“ตอนนี้เหลือขั้นตอนสุดท้าย ผนึกยา!” ซือหม่าโยวเย่ว์ผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา หลังจากนั้นก็วางมือลงตรงหน้าเตาหลอมยาพลางรวบรวมปราณวิญญาณออกมา แล้วค่อยๆ ส่งถ่ายเข้าไปภายในเตาหลอมยา
“ปัง…”
เมื่อพลังวิญญาณสัมผัสกับตัวยาเหลวเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นมา เตาหลอมยาถูกระเบิดจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยปลิวว่อนไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็ถูกแรงระเบิดจนกระเด็นไปเช่นเดียวกัน
“บ้าเอ๊ย! ระเบิดอีกแล้ว!”
ก่อนจะสิ้นสติไป ในภวังค์ของเธอก็เห็นเงาร่างไอหมอกสีแดงเพลิงสายหนึ่งปรากฏขึ้นข้างกาย รวมถึงนัยน์ตาอันซับซ้อนคู่หนึ่งที่มองตรงมาที่ตนอีกด้วย
……………………