สกลางวิทยาลัยกันนะ!”
พอได้ยินเว่ยจือฉีตะโกนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนถูกปลุกขึ้นมา หลังจากนั้นก็พากันไปยังจัตุรัสกลางวิทยาลัย
เหอชิวจือเห็นว่าทุกคนไปกันหมดแล้ว ก็ยังนั่งอยู่บนที่นั่งของตนไม่ขยับเขยื้อน นางมีลางสังหรณ์อย่างหนึ่งว่าเรื่องสนุกในคราวนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับตนแน่นอน
“ไปกันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังรออยู่ที่ด้านหลังของห้องเรียน เห็นว่าคนอื่นๆ ไปกันหมดแล้ว แต่เหอชิวจือยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจึงเข้าไปเรียก
“ข้า… ข้าไม่ไปหรอก” เหอชิวจือพูด “ข้ายังมีเรื่องต้องทำ ใช่แล้ว ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีก ขอตัวก่อนนะ”
พูดแล้วนางก็ลุกขึ้นหมายจะจากไป
ซือหม่าโยวเย่ว์คว้าคอเสื้อของนางเอาไว้แล้วพูดว่า “เจ้าเป็นหนึ่งในตัวเอกของวันนี้ ถ้าหากเจ้าไม่ไป เช่นนั้นการแสดงนี้ก็คงไร้ความหมายแล้วสิ! ไปเถิด”
“ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าปล่อยข้านะ!” เหอชิวจือได้ฟังซือหม่าโยวเย่ว์พูดเช่นนี้ก็ยิ่งไม่ยอมไป นางบิดตัวหมายจะให้หลุดจากมือของเธอ
แต่ไม่ว่านางจะขยับตัวเช่นไรก็ยังคงถูกคว้าเอาไว้อย่างแน่นหนา
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเหอชิวจืออยู่ไม่สุขเช่นนี้จึงคว้ามือของนางมาออกแรงหักมากยิ่งขึ้น เจ็บจนนางต้องกัดฟันกรอดแล้วตะโกนด่าเสียงดัง “ซือหม่าโยวเย่ว์ เจ้าคิดจะทำอะไรกัน! เจ้าไม่กลัวจะถูกขับออกจากวิทยาลัยหรืออย่างไร”
“เก็บความคิดพวกนั้นของเจ้าไปเสีย!” ซือหม่าโยวเย่ว์ออกแรงที่