่เรื่องนี้มันเสี่ยงอันตรายมาก ถ้าหากตอนที่เกิดอันตรายขึ้นแล้วพวกเราดูแลเจ้าไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าก็จะจบชีวิตน่ะสิ!” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ข้าเข้าใจ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้ารักชีวิตจะตายไป พวกเจ้าวางใจได้เลย”
“เช่นนั้นเจ้าตัดสินใจได้แล้วก็ดี” เว่ยจือฉีก็มิได้ว่าอะไรอีก เขามองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “แล้วเจ้าวางแผนจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของสองคนนี้เมื่อไรหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองหินเสียงบนโต๊ะแล้วแย้มยิ้มร้ายกาจก่อนจะพูดว่า “เรื่องนี้ยิ่งเร็วยิ่งดี เห็นพวกนางแล้วช่างบาดตาข้าเสียเหลือเกิน”
“ตระกูลน่าหลานนั่นก็วางตัวแสนจะเย่อหยิ่งโอหังในวิทยาลัย ถ้าหากเจ้าทำให้คุณหนูผู้มีพรสวรรค์ของตระกูลพวกเขาถูกขับออกไปจากวิทยาลัย คิดว่าตระกูลพวกเขาจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างแน่นอน” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางยิ้มตาหยี
โกรธเป็นฟืนเป็นไฟหรือ ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้ม โกรธเป็นฟืนเป็นไฟสิถึงจะดี!
วันต่อมา ซือหม่าโยวเย่ว์ไปเข้าเรียนตามปกติ คนเหล่านั้นที่พบเจอเธอระหว่างทางต่างพากันเบิกตาโพลง
“คนไร้ค่าผู้นี้มิได้ตายไปแล้วหรือ เขากลับมาอีกได้อย่างไรกัน”
“นั่นน่ะสิ มิได้ว่ากันว่าคนที่เข้าไปในค่ายกลนำส่งอันที่สี่ ที่ไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับมาเลยหรือไร”
“เล่าลือกันว่าเป็นเช่นนี้นี่นา”
“เช่นนั้นคนไร้ค่าผู้นี้กลับมาได้อย่างไรกัน นอกจากนี้ดูสภาพเขาสิ ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว”
“หรือว่าค่ายกลนำส่งนั่นไม่มีผลต่อคนไร้ค่า”
“โอ้ ถ้าหากเป็