ความรุนแรงขึ้นมาแล้ว เพราะรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นคนไร้ค่า ดังนั้นจึงมิได้นับรวมเป็นเป้าหมายที่ต้องทำลายเป็นการชั่วคราว ถ้าหากรู้ว่าเขาฝึกยุทธ์ได้แล้วละก็ เกรงว่าคงจะลงมือกับเขาอย่างแน่นอน
“ได้ พวกเราจะไม่พูดเรื่องนี้ของเจ้าออกไปอย่างแน่นอน” เจ้าอ้วนชวีพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
เว่ยจือฉีก็แสดงท่าพยักพเยิดเช่นเดียวกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มพลางพูดว่า “ขอบใจพวกเจ้าทั้งสองมาก”
“ขอบอกขอบใจอันใดกันเล่า!” เว่ยจือฉีพูด “พวกเราเป็นสหายกัน ก็ต้องช่วยเจ้ารักษาความลับอยู่แล้วสิ! เดิมทีคิดกันเอาไว้ว่าจะไม่ให้เจ้าไปเข้าร่วมภารกิจคราวนี้เพราะค่อนข้างอันตราย ตอนนี้ถึงแม้ว่าเจ้าจะฝึกยุทธ์ได้แล้ว แต่ระดับขั้นก็ยังไม่น่าจะสูงนัก ถ้าหากไปแล้วอาจเกิดอันตรายกับเจ้าได้ แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้วนี่ก็เป็นโอกาสสัมผัสประสบการณ์จริงอันหาได้ยากยิ่ง ดังนั้นเจ้าก็ไปไตร่ตรองดูเถิดว่าจะไปหรือไม่ไป”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินเว่ยจือฉีบอกว่าระดับของเธอยังไม่สูงนัก เธอก็ได้แต่ยิ้มโดยไม่ปฏิเสธ ในคำพูดของเขามิได้มีเจตนาเย้ยหยันเธอเลย คนทั่วไปย่อมไม่มีทางคิดว่าเธอจะฝึกยุทธ์ได้อย่างร้ายกาจเช่นนี้ภายในระยะเวลาสั้นๆ อยู่แล้ว
นอกจากนี้เขายังคิดเผื่อเธออีกด้วย
“ในเมื่อเป็นภารกิจกลุ่ม ข้าก็ต้องไปด้วยอยู่แล้วสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่พวกเจ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงพวกเจ้าแน่นอน”
“พวกเรามิได้กลัวว่าเจ้าจะเป็นตัวถ่วงพวกเราหรอกนะ แต