ซือหม่าโยวเย่ว์ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า “จะต้องให้พวกเขาสารภาพออกมาเองจึงจะใช้ได้ ข้าจำได้ว่าที่วิทยาลัยมีกฎห้ามทำร้ายนักเรียนคนอื่นอยู่ ถ้าหากผู้อื่นล่วงรู้ว่าพวกเขาลอบทำร้ายข้า เช่นนั้นก็ต้องถูกขับออกจากวิทยาลัย ขอเพียงแค่พวกนางมิใช่นักเรียนของวิทยาลัยเราแล้ว อยากจะจัดการพวกนางอย่างไรก็เป็นเรื่องของข้าเองแล้ว”
“อยากจะให้พวกนางยอมรับ เกรงว่าเรื่องนี้จะมิใช่เรื่องง่ายน่ะสิ ต่อให้พวกนางยอมรับต่อหน้าเจ้าก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” เจ้าอ้วนชวีพูด
“อ้อ แค่มีเครื่องบันทึกเสียงก็ใช้ได้แล้วนี่” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงเครื่องบันทึกเสียงในชาติก่อนขึ้นมา ถ้าหากมีของสิ่งนั้นก็คงจะสะดวกไม่น้อยเลย
“เครื่องบันทึกเสียงหรือ มันคืออะไรกัน”
“ก็คือ… เอ่อ… เครื่องมือที่เอาไว้ใช้บันทึกเสียงน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอธิบาย “เพียงแค่บันทึกเสียงเอาไว้ข้างใน แล้วหลังจากนั้นก็จะฟังซ้ำได้น่ะ”
“เจ้าลองใช้หินเสียงดูสิ” เสียงของโอวหยางเฟยดังมาจากประตูที่เปิดออก
“โอวหยางเฟย เจ้าก็มาแล้วเหมือนกัน เข้ามานั่งสิ” เจ้าอ้วนชวียิ้มพลางส่งเสียงเรียก
โอวหยางเฟยมองเจ้าอ้วนชวีปราดหนึ่งโดยไม่ได้เข้าไปแล้วพูดว่า “ผ่านทางมาแล้วได้ยินเข้าพอดีน่ะ เรื่องนี้เจ้าใช้หินเสียงได้นะ”
พูดจบแล้วเขาก็เดินจากไป
“ใช่แล้ว ข้าลืมหินเสียงไปได้อย่างไรกัน” เว่ยจือฉีเคาะหน้าผากตนเองครั้งหนึ่งพลางเอ่ยขึ้น
“หินเสียงคือสิ่งใดหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“หินเสียงก็ค