ล้ายๆ กันกับเครื่องบันทึกเสียงที่เจ้าว่านั่นแหละ เพียงแค่บันทึกเสียงลงไป หลังจากที่ส่งปราณวิญญาณเข้าไปแล้วก็จะปล่อยเสียงที่บันทึกไว้ออกมาได้” เว่ยจือฉีพูดอธิบาย
“จริงหรือ เช่นนั้นพวกเจ้ามีหินเสียงหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“หินเสียงนั้นล้ำค่าหายากยิ่ง พวกเราจะไปมีกันได้อย่างไร” เว่ยจือฉีพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีปราดหนึ่ง เจ้าอ้วนชวีก็ส่ายหน้าเช่นกัน “แต่เจ้าจะลองไปดูที่หอเซวียนหยวนก็ได้นะ ไม่แน่ว่าที่นั่นอาจจะมีก็เป็นได้”
“ใช่แล้ว ข้าลองไปหาดูก่อนดีกว่า ถ้าหากไม่มีก็คงได้แต่คิดหาวิธีอื่นแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมตัวออกไป
“พวกเราไปพร้อมกันเลยดีกว่า ข้าเองก็ไม่มีอะไรทำอยู่พอดี” เจ้าอ้วนชวีพูด
“อืม ข้าก็ทำการบ้านเสร็จแล้วด้วย” เว่ยจือฉีพูด
“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้ม
จากนั้นทั้งสามคนก็ออกไปด้วยกัน
หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้วเป่ยกงถังก็เปิดประตูพลางมองไปทางประตูใหญ่ ก่อนจะลูบแหวนเก็บวัตถุบนนิ้วมือ
หอเซวียนหยวนเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ภายในนั้นมียาวิเศษ อาวุธวิญญาณ และสัตว์อสูรวิเศษนานาชนิด ถ้าหากบอกว่าเป็นสิ่งของที่แม้กระทั่งหอเซวียนหยวนยยังไม่มี ที่อื่นๆ ก็ยิ่งไม่มีทางมีอย่างแน่นอน
ตอนที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์สามคนเข้าไป เสี่ยวเอ้อร์ก็เข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
“โอ้ นี่มิใช่คุณชายห้าหรอกหรือ ไม่พบเห็นท่านมาเนิ่นนานเลยทีเดี