ยว มิทราบว่าคราวนี้ที่คุณชายห้ามาเพราะอยากซื้อหาของสิ่งใดหรือขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์หายตัวไปที่วิทยาลัยนั้นเป็นที่ล่วงรู้กันไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว ตอนนี้พอเห็นซือหม่าโยวเย่ว์อยู่ที่นี่ ทุกคนต่างตกอกตกใจกันไม่มากก็น้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เธอก็เคยมาที่นี่อยู่หลายครั้งเพื่อหาสิ่งของที่มู่หรงอานชมชอบ
เธอมองบริเวณที่วางของเบ็ดเตล็ดแวบหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ข้าอยากได้หินเสียงน่ะ”
“หินเสียงหรือขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์สะดุ้งครั้งหนึ่งเพราะคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์ถึงกับต้องการสิ่งนี้ จากนั้นก็พูดอย่างขอโทษขอโพยว่า “คุณชายห้า ในร้านของพวกข้าตอนนี้ไม่มีหินเสียงหรอกขอรับ”
“ไม่มีหรือ” เจ้าอ้วนชวีพูด “ร้านนี้ของพวกเจ้าเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรตงเฉิน แต่พวกเจ้าก็ยังไม่มีเลยหรือ”
เสี่ยวเอ้อร์แย้มยิ้มแล้วพูดว่า “มิผิดที่พวกข้าเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรตงเฉิน แต่ทว่าหินเสียงนี้หาได้ยากเย็นโดยแท้ เวลาหลายร้อยปีก็ยังไม่แน่ว่าจะมีปรากฏขึ้นมาสักก้อนหนึ่ง แม่ศรีเรือนยากจะหุงหาอาหารหากไม่มีข้าวสาร สิ่งของที่ไม่มีอยู่บนโลกเลยด้วยซ้ำ พวกเราก็ย่อมไม่มีอยู่แล้วล่ะขอรับ”
“แต่ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาว่ามีหินเสียงก้อนหนึ่งปรากฏขึ้นมามิใช่หรือ ดูเหมือนว่าจะเป็นข่าวที่ปล่อยออกมาจากพวกเจ้าที่นี่ด้วยนี่นา” อดพูดไม่ได้ว่าข่าวของเจ