้าอ้วนชวีนั้นช่างฉับไวนัก
“สองเดือนก่อนหน้านี้พวกข้ามีอยู่ก็จริง แต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ถูกคนซื้อไปแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูด
“ถูกคนซื้อไปแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ตระกูลน่าหลานขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ตอบ
ซือหม่าโยวเย่ว์กับเจ้าอ้วนชวีประสานสายตากันแวบหนึ่ง ถ้าหากหินเสียงนี้ถูกผู้อื่นซื้อไปแล้ว ด้วยสถานะและกำลังทรัพย์ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้ว การจะซื้อกลับมาก็ยังพอมีความเป็นไปได้ แต่หินเสียงก้อนนี้ถูกคนของตระกูลน่าหลานซื้อไป การจะซื้อกลับมาแทบจะมีความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์เลยทีเดียว
ไม่มีหินเสียง คนทั้งสามก็ทำได้แค่กลับไปแล้ว
“โยวเย่ว์ ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีหินเสียง พวกเราก็คิดหาวิธีอื่นกันได้” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยปลอบ
“อืม วิธีอื่นก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้หรอกนะ เพียงแต่จะยุ่งยากกว่ามากเท่านั้นเอง ถ้าหากมีหินเสียง พวกเราก็จะขับไล่พวกนางออกไปจากวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่อย่างนั้นให้ข้าส่งจดหมายกลับบ้านสักฉบับหนึ่ง ลองดูว่าจะให้พวกเขาช่วยหาดูได้หรือไม่” เว่ยจือฉีพูด
“ไม่ต้องหรอก ได้หินเสียงมาภายในวันนี้จะเป็นการดีที่สุด หากผ่านวันนี้ไป ถึงจะได้มาก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เหตุใดจึงต้องเป็นวันนี้ด้วยเล่า” เจ้าอ้วนชวีไม่เข้าใจ
“เพราะว่าคืนวันนี้เหอชิวจือจะต้องไปพบคนผู้นั้นน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด เมื่อเห็นเจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีต่างก็แสดงท่าทีสิ้นหวังอยู่บ