ซือหม่าโยวเย่ว์นึกขึ้นมาได้ว่าซือหม่าโยวหรานและซือหม่าโยวเล่อก็ดูเหมือนจะออกไปทำภารกิจกันอยู่เป็นประจำจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วถามว่า “เช่นนั้นข้าก็ต้องไปจับฉลากกับพวกเจ้าด้วยใช่หรือไม่”
เฉินอานส่ายหน้าก่อนจะพูดว่า “เจ้าไม่ต้องจับฉลากแล้วล่ะ กลุ่มของพวกเจ้าถูกกำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะให้ไปทำภารกิจใด”
“หืม”
“เรื่องนี้เจ้ากลับไปถามพวกเว่ยจือฉีก็รู้แล้ว” เฉินอานพูด
“อ้อ ก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ เธอกลับไปถามดูก็รู้เรื่องแล้ว “เช่นนั้นข้ากลับก่อนละ พวกเจ้าไปจับฉลากกันเถิด”
พูดจบแล้วเธอมองเหอชิวจือที่ยืนไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดปราดหนึ่งพร้อมยิ้มอย่างร้ายกาจให้ แล้วจึงก้าวเท้าเดินจากไป
“ไปกันเถิด พวกเราไปพบอาจารย์เฟิงกัน” เฉินอานนำทางทุกคนเดินไปยังห้องทำงานของเฟิงจือสิง หลังจากที่ทุกคนไปกันแล้ว เหอชิวจือก็มองเงาหลังของซือหม่าโยวเย่ว์ที่เคลื่อนจากไป เมื่อนึกถึงแววตาที่เขามองตนเองก่อนจากไปหัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
นางมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปในค่ายกลนั้นจะต้องแน่ใจว่าตนเป็นคนผลักนางอย่างแน่นอน ตอนนี้พอเห็นตนแล้วมิได้เปิดโปง ก็จะต้องคิดวางแผนร้ายอะไรอยู่เป็นแน่
เมื่อนึกถึงจวนแม่ทัพที่หนุนหลังซือหม่าโยวเย่ว์อยู่ เธอตกใจกลัวเสียจนเหงื่อเยียบเย็นแตกพลั่ก ถ้าหากนางมาหาตนเพื่อแก้แค้น จัดการแค่นางคนเดียวก็คงไม่หนำใจหรอก